วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสท.จี้'พีเอสไอ'ขอไลเซ่นโครงข่าย

บอร์ดกสท.เคาะมติ"ห้าม" ช่องรายการ ออกอากาศโครงข่ายไม่ได้ใบอนุญาต หวังบีบ"พีเอสไอ" เร่งขอไลเซ่นก่อนเจอ"จอดำ"

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เดินหน้ากระบวนการกำกับดูแลกิจการวิทยุโทรทัศน์ "ไม่ใช้คลื่นความถี่" ทั้งกลุ่มช่องรายการเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม รวมทั้งโครงข่าย(แพลตฟอร์ม) เคเบิลทีวีและดาวเทียม เพื่อเป็นหลักเกณฑ์พิจารณาให้ใบอนุญาตต่อเนื่อง 14 ปี หลังจากพิจารณาให้ใบอนุญาตชั่วคราวในปีแรกในกลุ่มช่องรายการเกือบครบ100%

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าการประชุมบอร์ด กสท.วานนี้ (5ส.ค.) มีมติ "เห็นชอบ" ห้าม "ช่องรายการ" ออกอากาศในโครงข่ายกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ หรือแพลตฟอร์มเคเบิลทีวีและดาวเทียม ที่ "ไม่ได้รับใบอนุญาต" จากกสทช. เพื่อเร่งให้ทั้งฝั่งกิจการช่องรายการที่ขณะนี้ได้รับใบอนุญาตแล้ว 98% หรือกว่า 752 ช่องรายการ และโครงข่ายระดับชาติ 19 โครงข่าย เข้าสู่กระบวนการกำกับดูแลโดย กสทช.

ปัจจุบันมีโครงข่ายดาวเทียม "พีเอสไอ" ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. เนื่องจาก พีเอสไอ ใช้บริษัทย่อย ชื่อ บริษัท โพลี บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเทคโนโลยีจัดเรียงช่อง หรือ OTA มายื่นขอใบอนุญาตโครงข่าย โดยอนุกรรมการฯ พิจารณาเห็นว่าไม่ใช่บริษัทดำเนินกิจการโครงข่ายโดยตรง จึงยังไม่พิจารณาให้ใบอนุญาตพีเอสไอ

ดังนั้นจากมติ บอร์ด กสท.วันนี้ คาดภายใน 2 สัปดาห์สำนักงาน กสทช.จะส่งหนังสือแจ้งไปยัง "ช่องรายการ" ต่างๆ ที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. "ห้าม" ออกอากาศบนโครงข่ายที่ไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งก็คือ พีเอสไอ

"หากพีเอสไอ ยังไม่ดำเนินการขออนุญาตโครงข่ายให้ถูกต้อง ภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ ที่สำนักงาน กสทช. จะส่งหนังสือไปถึงช่องรายการต่างๆ พีเอสไออาจต้องเผชิญปัญหาจอดำ เพราะช่องรายการต่างๆ ที่อยู่ภายใต้ไลเซ่น กสทช. จะไม่สามารถออกอากาศบนแพลตฟอร์มพีเอสไอได้" พ.อ.นที กล่าว

ทั้งนี้ กสทช. มีเจตนาพิจารณาให้ใบอนุญาตทั้งช่องรายการ และโครงข่ายที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ จึงต้องการให้ พีเอสไอ ดำเนินการขออนุญาตโครงข่ายอย่างถูกต้อง เพื่อเข้าสู่การกำกับดูแลกิจการโดยเร็ว

"พีเอสไอ"แจงเร่งขอไลเซ่น
นายสมพร ธีระโรจนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่ากำลังอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการขอใบอนุญาตโครงข่ายจาก กสทช. โดยได้จัดตั้งบริษัทย่อยชื่อ บริษัท โพลี บรอดคาสติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโครงข่าย มายื่นขอใบอนุญาตจาก กสทช. โดยกำลังอยู่ระหว่างการโอนทรัพย์สินในกิจการโครงข่าย จากบริษัท โพลี เทเล มีเดีย จำกัด (PTM) ซึ่งประกอบกิจการทั้งโครงข่าย และอื่นๆ เช่น ผลิตช่องรายการ การบริหารโฆษณา

ทั้งนี้ จะมีการโอนย้ายธุรกิจเฉพาะโครงข่าย ที่ประกอบด้วยการบริหารเทคโนโลยีจัดเรียงช่อง OTA ,บริการรับส่งสัญญาณดาวเทียมให้ช่องรายการต่างๆ และการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมจากไทยคม มาอยู่ที่บริษัทโพลี บรอดคาสติ้ง เนื่องจากในการประกอบกิจการโครงข่ายต้องนำส่งค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 2%ของรายได้ให้กับ สำนักงาน กสทช. และอีก 2% ให้กองทุนสื่อ จึงจำเป็นต้องจัดตั้งบริษัทย่อยขึ้นมาดำเนินการโดยเฉพาะ เนื่องจากบริษัทแม่ มีการดำเนินงานในกิจการอื่นๆ ที่มีรายได้โดยไม่เกี่ยวกับโครงข่าย อีกทั้งขั้นตอนที่มีความล่าช้า คือการแก้ไขบริษัทเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคมจากบริษัทพีทีเอ็ม เป็นบริษัท โพลี บรอดคาสติ้ง จำกัด

"พีเอสไอกำลังเร่งดำเนินการขอใบอนุญาตโครงข่าย จากกสทช. และเชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาให้ใบอนุญาตโดยเร็ว หรือในการประชุมบอร์ด กสท.ครั้งต่อไป และจะไม่เกิดปัญหาจอดำในพีเอสไอแน่นอน" นายสมพร กล่าว

กสท.ชงร่างฯจัดเรียงช่องเพิ่มเติม
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่าบอร์ด กสท.ได้เห็นชอบ ร่างประกาศ กสทช.เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดลำดับบริการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นประกาศฯเพิ่มเติม จากประกาศฯ หลักเกณฑ์การกำหนดหมวดหมู่และการจัดลำดับบริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ พ.ศ.2556 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยประกาศเดิม จัดหมวดหมู่ สาระสำคัญคือ ให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่จัดหมวดหมู่บริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่น ประกอบด้วยหมวด ช่องบริการโทรทัศน์ที่ให้บริการทั่วไป (ทีวีดิจิทัล) หมวดช่องข่าวทั่วไป หมวดช่องเด็กและครอบครัว หมวดช่องการศึกษา หมวดช่องกีฬา และหมวดปกิณกะ (วาไรตี้) โดยกำหนดให้โครงข่ายจัดหมวดหมู่ช่องบริการทั่วไปไว้เป็นหมวดแรก ส่วนที่เหลือให้สลับลำดับหมวดหมู่ได้

ส่วนร่างประกาศฯ เพิ่มเติม "จัดลำดับช่องรายการ" จะกำหนดรายละเอียดการเรียงช่องรายการในแพลตฟอร์ม "ไม่ใช่คลื่นความถี่" (เคเบิลและดาวเทียม) โดยเปิดโอกาสให้แต่ละแพลตฟอร์ม สามารถจัดเรียงช่องรายการลำดับช่องที่ 1-10 ได้เอง เพื่อให้ทุกแพลตฟอร์มใช้เป็นจุดเด่นและความแตกต่างในการทำตลาด ต่อจากนั้นให้เรียงหมวดหมู่ ตามประกาศกำหนดหมวดหมู่ คือช่องที่ 11-46 เป็นช่องทีวีดิจิทัลสาธารณะและธุรกิจ และตามด้วยช่องตามหมวดหมู่ที่แต่ละแพลตฟอร์มต้องการจัดเรียง

ขณะที่โครงข่ายใช้คลื่นความถี่ ทีวีดิจิทัล จะต้องจัดเรียงช่องทีวีดิจิทัลสาธารณะ เป็นลำดับแรก คือ ช่องลำดับที่ 1-12 ทีวีดิจิทัลสาธารณะ หลังจากนั้นตามด้วยช่องทีวีดิจิทัล ลำดัลที่ 13-15 ช่องเด็ก ลำดับที่ 16-22 ช่องข่าว ลำดับช่อง 23-29ช่องวาไรตี้ และลำดับที่ 30-36 ช่องเอชดี

เปิดเวทีถกร่างฯกำกับเนื้อหา
พ.อ.นที กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับการพิจารณา ร่างประกาศฯ เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ... (ร่างฯกำกับเนื้อหา) ตามมาตรา 37 ของพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ซึ่ง บอร์ดใหญ่ กสทช.เห็นชอบร่างฯ เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้นำร่างฯ เผยแพร่ทางเว็บไซต์ เป็นเวลา 15 วัน หลังจากนั้นอีก 30 วัน จะเปิดรับความคิดเห็นสาธารณะจากทุกกลุ่ม พร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

ทั้งนี้ ทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านขั้นตอนดังกล่าว และ กสทช.พร้อมรับฟังทุกความคิดเห็นเพื่อนำมาปรับแก้ไขร่างฯ เพื่อให้ทุกกลุ่มสามารถปฏิบัติตามประกาศฯ ได้

"ประกาศ กสทช.ทุกฉบับ มีการรับฟังความคิดเห็น และนำมาปรับแก้ จนเป็นที่พอใจกับทุกฝ่าย ไม่เคยมีประกาศฉบับไหนที่ไม่มีการแก้ไขเนื้อหา บอร์ด กสท. พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย รวมทั้งข้อเสนอจากสมาคมสื่อ ที่ส่งข้อมูลให้คณะอนุกรรมการฯไปพิจารณาข้อเสนอแล้ว" พ.อ.นที กล่าว