เตือน 3 ปัจจัยเสี่ยงทุบตลาดหุ้นเดือนส.ค."เฟดลดคิวอี-เศรษฐกิจจีนเดี้ยง-การเมืองเดือด"คาดกรอบดัชนี 1,350-1,500 จุด เชื่อม็อบต้านนิรโทษไม่แรง
ภาพรวมตลาดหุ้นไทยเดือนก.ค. ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าดัชนีแกว่งตัวผันผวน โดยปัจจัยต่างประเทศ ตลาดยังคงให้น้ำหนักกับตัวเลขเศรษฐกิจจีน สหรัฐ และยุโรป ที่ทยอยประกาศออกมา และที่สำคัญท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต่อการดำเนินนโยบายผ่อนคลายปริมาณเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ซึ่งล่าสุดชัดเจนว่าเฟดยังคงเดินหน้าคิวอี 3 อย่างไม่มีกำหนด เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวในระดับปานกลาง
ขณะที่เศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัว ส่งผลกระทบกับภาพรวมการส่งออกของไทย ซึ่งคาดปีนี้อาจต่ำกว่าเป้า และทำให้แบงก์ชาติ และกระทรวงการคลัง ต้องปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยลง โดยคาดว่าจีดีพีปีนี้จะลดลงเหลือ 4.2% จาก 5.1% หลังพบว่าการอุปโภค การลงทุนประเทศ รวมถึงเศรษฐกิจจีนชะลอตัว
ส่วนสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง การออกมาคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และความกังวล พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่จะมีการพิจารณาในสภาช่วงเดือนนี้ อาจไม่ผ่าน เป็นตัวแปรที่สำคัญกดดันบรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทย
ดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนก.ค. ปรับตัวสูงสุด 1,513.31 จุด และต่ำสุดที่ 1,388.41 จุด ขณะที่พอร์ตการลงทุนต่างชาติในเดือนก.ค. ซื้อสุทธิเพียง 498.32 ล้านบาท พอร์ตลงทุนตลาดหุ้นในช่วง 7 เดือนแรกต่างชาติขายสุทธิกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท
มองถึงแนวโน้มการลงทุนในเดือนส.ค. ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนไม่ต่างจากเดือนที่ผ่านมา โดยปัจจัยที่ต้องจับตามองยังคงเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งมีผลต่อการดำเนินมาตรการคิวอี ตัวเลขเศรษฐกิจจีน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับภาพรวมการส่งออกของไทย ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามการเมืองที่เริ่มร้อนแรง จากกระแสต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เชื่อว่าการชุมนุมไม่น่าจะยืดเยื้อหรือเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง
กรอบการเคลื่อนไหวหุ้นไทยเดือนนี้ บลจ.กรุงศรี ประเมินว่า ดัชนีน่าจะอยู่ที่ 1,350-1,500 จุด เป็นช่วงจังหวะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เข้าลงทุนสวนตลาด ส่วนมุมมองการลงทุนทองคำ คาดแกว่งตัวในกรอบ 1,260-1,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ขณะที่ สุรศักดิ์ ธรรมโม คณะกรรมการการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า ให้ความเห็นว่า ไม่แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงช่วงเดือนส.ค. เพราะดัชนีหุ้นมีความผันผวน จาก 3 ตัวแปรหลักคือ เศรษฐกิจจีน การยกเลิกคิวอีของสหรัฐ และสถานการณ์การเมืองที่เริ่มร้อนแรงจากกรณีที่รัฐบาลผลักดันพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสภาผู้แทนราษฎร์ท่ามกลางกระแสคัดค้าน
"ตลาดหุ้นไทยเดือนส.ค. ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ เพราะว่าเศรษฐกิจไทยแย่กว่าที่หลายฝ่ายคาด จากตัวเลขการส่งออกที่แย่ลง ทำให้ไม่เหมาะลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงในประเทศ"
เขากล่าวว่า ปัจจัยการเมืองในประเทศที่เริ่มเป็นประเด็นในขณะนี้ ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าดัชนีจะลงลึกมากน้อยแค่ไหน เพราะต้องยอมรับว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้นำประเด็นร้อนเข้าสภา แต่ในขณะนี้พยายามผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ท่ามกลางกระแสต่อต้าน
แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะมีความผันผวน แต่มองแนวโน้มระยะยาว ยังคาดว่าในช่วงปลายปีดัชนีน่าจะอยู่ที่ 1,450-1,550 จุด ส่วนการลงทุนทองคำ ยังไม่แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักลงทุน เพราะเชื่อว่าความน่าสนใจลงทุนทองจะน้อยลง









