สภาธุรกิจตลาดทุน หวั่นเศรษฐกิจสหรัฐฟื้น ดึงเงินไหลกลับ ชี้ไทยมีปัญหาการเมืองกดดันหุ้นฟื้นช้า จี้รัฐเร่งเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นายไพบูลย์ นรินทรางกูร ประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ เปิดเผยว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจสหรัฐในตอนนี้มีความชัดเจนมากขึ้นกว่ากำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว สัญญาณที่เห็นได้ชัดก็มาจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด เริ่มมีการเตือนตลาดถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเงิน ซึ่งหลังจากนี้จะทำให้มีการไหลกลับของเงินเข้าสู่ตลาดพัฒนาแล้วเพิ่มมากขึ้น และทำให้ความน่าสนใจของตลาดเกิดใหม่ลดลง ซึ่งถ้านับจากต้นปีจนถึงปัจจุบัน ดัชนีตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว มีการปรับดัชนีขึ้นถึง 13%
ทั้งนี้ประเมินแนวโน้มสภาพคล่องในช่วง 2-3 ปี เชื่อว่าจะมีสภาพคล่องสูง เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ ยังคงเข้าซื้อพันธบัตรอยู่ แต่จะลดลงเรื่อยๆ จาก 8.5 หมื่นล้านเหรียญ จนเหลือ 4.5 หมื่นล้านเหรียญ
ส่วนของผลกระทบจากปัญหาการเมืองในประเทศ คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นๆ แต่ที่น่าเป็นห่วงคืออาจจะทำให้การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยช้ากว่าตลาดเพื่อนบ้าน โดยหากนับย้อนหลังถึงวันที่ 22 พ.ค. ที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ กล่าวว่าจะมีการชะลอมาตรการ QE จนถึงปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยติดลบอยู่ 12-13% ซึ่งมากที่สุดในภูมิภาค ที่ติดลบเฉลี่ยอยู่ที่ 5% แต่ตลาดหุ้นไทยก็ยังมีปัจจัยบวกจากกำไรบริษัทจดทะเบียน ที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้องการให้รัฐบาลเร่งผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้มีความชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ
ส่วนกลยุทธ์ในการลงทุน แนะนำหุ้นในกลุ่มส่งออก ซึ่งจะได้รับผลบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี อาหาร รวมไปถึงการท่องเที่ยว








