พีทีทีจีซี เผย จนท.เร่งเก็บคราบน้ำมันได้เกือบ 100% แล้ว มั่นใจควบคุมสถานการณ์ได้ ระบุไม่พบน้ำมันติดตามปะการัง พร้อมเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศ
นายบวร วงศ์สินอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวผ่านรายการลุยข่าวร้อน Running Story Nationchannel ว่า ขณะนี้การจัดเก็บคราบน้ำมันบริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ดเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงฟิล์มน้ำมันบนผิวน้ำทะเลอีกเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าจะจัดเก็บได้ทั้งหมด และมั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้ลุกลามไปยังเกาะอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การล้างโขดหินที่มีคราบน้ำมันไปเกาะติดให้หมด รวมถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับทุกฝ่าย และยืนยันว่า จากการที่ติดตามข้อมูลไม่มีคราบน้ำมันไปเกาะติดปะการังตามที่มีกระแสข่าวแน่นอน
"จากที่ผมติดตามข่าว และดูภาพข่าวเมื่อวาน มีนักดำน้ำลงไปดูปะการังก็ไม่พบว่ามีคราบน้ำมันไปเกาะติดเลย ตอนนี้ค่อยข้างสบายใจขึ้นเยอะ เพราะคราบน้ำมันเกือบจะเก็บได้หมดแล้ว จาก 50,000 ลิตร ตอนนี้เหลือน้อยมาหๆ จากนี้ไปก็ต้องเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศต่อไป"นายบวร กล่าว
ทั้งนี้ พีทีทีจีซี ได้รายงานการแก้ไขปัญหาน้ำมันรั่วไหล ว่า หน่วยงานภาครัฐและเอกชนนำได้ทำการฉีดน้ำยาสลายคราบน้ำมันทั้งทางเรือและทางอากาศ รวมถึงการเพิ่มมาตรการ คือ การวางบูมที่หัวและท้ายอ่าวพร้าวเพื่อป้องกันมิให้น้ำมันกระจายออกสู่นอกอ่าว รวมถึงการใช้เครื่องมือดักจับคราบน้ำมันและกำลังคนในการขจัดคราบน้ำมันอย่างเร่งด่วน โดยสถานการณ์ปัจจุบัน คราบน้ำมันในทะเลหน้าอ่าวพร้าวลดลงอย่างมาก และบริษัทได้ปฏิบัติการกำจัดคราบน้ำมันอย่างต่อเนื่องต่อไปจนกว่าจะหมด โดยบริษัทได้ออกมาตรการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีดังนี้
1.มาตรการระยะสั้น คือ กำจัดคราบน้ำมันให้แล้วเสร็จ ทำความสะอาดท้องทะเล ชายหาด และโขดหิน รวมทั้งตั้งศูนย์รับข้อร้องเรียน ผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเยียวยา
2.มาตรการระยะกลาง คือ หารือกับผู้เชี่ยวชาญ ด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อศึกษาวิจัยผลกระทบที่มีต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล เช่น สัตว์น้ำ ปะการัง เพื่อจัดทำแผนฟื้นฟู และดำเนินการตามแผน รวมทั้งสอบสวนข้อเท็จจริง - สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำมันรั่วและสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของน้ำมัน
3.มาตรการระยะยาว คือติดตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลังการฟื้นฟูแล้วเสร็จ และเร่งดำเนินการแก้ไขหากพบผลกระทบ รวมทั้งนำผลการสอบสวน มาศึกษา และจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป









