บอร์ดแม็ทชิ่ง สั่งลุยประมูลทีวีดิจิทัล หวังขึ้นแท่นผู้ผลิตครบวงจร และปั้นรายได้เสริมความแข็งแกร่งในอนาคต
นายสมบุญ ชีวสุทธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น หรือ MATCH เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้บริษัท หรือบริษัทย่อยที่แม็ทชิ่งถือหุ้นอยู่ เข้าร่วมประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล ประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติ ตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะประกาศและกำหนดต่อไป โดยเงินลงทุนที่จะใช้เข้าร่วมประมูล จะมาจากการกู้ยืมสถาบันการเงิน ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของบริษัท เพราะปัจจุบันแม็ทชิ่ง เป็นบริษัทที่ไม่มีหนี้สินระยะยาวกับสถาบันการเงินเลย โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เท่ากับ 0
"คณะกรรมการได้เล็งเห็นแล้วว่า แม็ทชิ่ง พร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล ทั้งด้านทีมงานที่มีศักยภาพ และการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัทบีบีทีวี โปรดัคชันส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของช่อง 7 สี จึงได้มีมติในเบื้องต้นจะให้บริษัท เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล ส่วนรายละเอียดในการประมูล จะหารือในลำดับต่อไป ทำให้หลังจากนี้แม็ทชิ่ง จะเป็นผู้ผลิตที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำ คือการผลิตรายการ ที่ในปัจจุบันเราผลิตอยู่ 3 รายการป้อนช่อง 7 ได้แก่ "ปลดหนี้" "ปลดหนี้วันหยุดพิเศษ" และ "คบเด็กสร้างบ้าน" ซึ่งเป็นรายการที่ประสบความสำเร็จ "
ในขณะที่ธุรกิจด้านการให้เช่าอุปกรณ์ ที่บริษัทมีความถนัด ก็ยังเดินหน้าขยายกิจการต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างสตูดิโอครบวงจรแห่งแรกและแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เราได้เงินจากการเพิ่มทุน PO ประมาณ 735 ล้านบาท ที่ใกล้ได้ข้อสรุปสถานที่ในการก่อสร้าง ซึ่งจะสามารถเริ่มก่อสร้างได้ในปลายปีนี้ตามแผนที่กำหนดไว้อย่างแน่นอน
"จึงขอให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนมั่นใจได้ว่า นับจากนี้ไปอนาคตของแม็ทชิ่ง จะเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ทุกฝ่ายต่อไป" นายสมบุญกล่าว
ด้าน บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์หุ้น แม็ทชิ่ง ซึ่งยังไม่ได้นับรวมธุรกิจทีวีดิจิทัล โดยระบุว่า ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีนี้ของแม็ทชิ่ง จะเติบโตโดดเด่น คือ เพิ่มขึ้น 97.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 31.1% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 25.4 ล้านบาท เหตุผลหลักเกิดจากการที่บริษัทปรับโครงสร้างธุรกิจลงทุนซื้ออุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาที่ทันสมัยเพิ่มเติม
รวมทั้งมีการเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ เพื่อรองรับการจับฐานลูกค้าใหม่ตลาดล่าง (งานละคร ซิทคอม) ส่งผลให้มีลูกค้าจากทั้งในและต่างประเทศเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา รวมถึงมีฐานรายได้เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าตลาดล่างอีกราวไตรมาสละ 18 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถชดเชยรายได้จากธุรกิจสื่อโทรทัศน์และธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่มีแนวโน้มทรงตัวจากปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 2556 ของ MATCH จะเติบโต 51% จากปี 2555 ตามประมาณการของฝ่ายวิจัยฯ
ขณะที่หลังมีการระดมทุนผ่านการขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป (PO) จำนวน 735 ล้านบาท บริษัทมีแผนก่อสร้างสตูดิโอโรงถ่ายครบวงจร โดยปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการคัดเลือกทำเลที่ดินที่เหมาะสม ซึ่งคาดจะเริ่มก่อสร้างได้ตามกำหนดปลายปีนี้ ซึ่งจากแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ที่ยังดูสดใส
ขณะที่ราคาหุ้นตลอด 2 เดือนที่ผ่านมากลับปรับตัวลงมาถึง 32% จนมี Upside ถึง 100% จากมูลค่าพื้นฐานที่ 5.05 บาท อิงวิธี Sum of Part (ประกอบด้วยมูลค่าหุ้นจากธุรกิจเดิม อิงวิธี PER ที่ 21 เท่า อยู่ที่ 3.90 บาทต่อหุ้น และ มูลค่าเพิ่มอีก 1.15 บาทต่อหุ้น จากโครงการสร้างสตูดิโอโรงถ่ายครบวงจร) จึงถือเป็นโอกาสเข้า "ซื้อลงทุน"









