"ซัมซุง"เผยแผนลงทุนมูลค่าเกือบ 12,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อยกเครื่องและลงทุนในธุรกิจแผ่นชิพในปีนี้
ซัมซุง อิเลคทรอนิกส์ บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของเกาหลีใต้ เผยแผนลงทุนมูลค่าเกือบ 12,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อยกเครื่องและลงทุนในธุรกิจแผ่นชิพในปีนี้ อันเป็นการเคลื่อนไหวที่เน้นให้เห็นว่าบริษัทหันไปพึ่งพาธุรกิจชิ้นส่วน เพื่อเพิ่มรายได้ ในช่วงเวลาที่กำไรจากสมาร์ทโฟนเริ่มลดลง
นาย คิม ฮุน-จูน รองประธานด้านธุรกิจสมาร์ทโฟนของซัมซุง กล่าวว่าตลาดสมาร์ทโฟนมีแนวโน้มจะขยายตัวในไตรมาสสาม แต่อัตราการขยายตัวอาจช้าลง เนื่องจากบริษัทคู่แข่งปล่อยสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่วางจำหน่าย
บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 50% ในไตรมาส 2 เป็น 7,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากเป็นประวัติการณ์ แต่ส่วนต่างกำไรจากธุรกิจสมาร์ทโฟน ซึ่งสร้างกำไรให้ซัมซุงมากที่สุดในปีที่ผ่านมา ลดลง เพราะบริษัทต้องทุ่มงบมหาศาลในการทำตลาดโดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟนรุ่นหลักอย่าง กาแล็คซี่ เอส4 นอกจากนั้น ซัมซุงยังเตือนว่าราคาขายเฉลี่ยสำหรับสมาร์ทโฟนอาจลดลงในไตรมาส 3 เพราะซัมซุงมีสัดส่วนโทรศัพท์ระดับกลาง-ล่างมากขึ้น
นอกจากโทรศัพท์เคลื่อนที่แล้ว ซัมซุงซึ่งเป็นบริษัทรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ในแง่ของมูลค่าตามราคาตลาด ยังเป็นผู้จัดหาชิพความจำ จอภาพ และโทรทัศน์รายใหญ่ที่สุดของโลกในแง่รายได้
นักวิเคราะห์คาดว่าการเติบโตในอนาคตของซัมซุงจะมาจากธุรกิจชิ้นส่วน ซึ่งกำไรดีดตัวขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผลจากราคาชิพความจำที่แข็งแกร่ง โดยธุรกิจชิพมีสัดส่วน 18% ของกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ซึ่งตัวเลขกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 71% จากปีก่อน
ขณะที่ธุรกิจด้านมือถือและอุปกรณ์สื่อสาร มีสัดส่วน 66% ของกำไรจากการดำเนินงาน โดยกำไรจากการดำเนินงานของหน่วยงานนี้เพิ่มขึ้น 52% จากปีก่อน แต่ลดลงจาก 54% ในไตรมาสแรก
นักวิเคราะห์จากซานฟอร์ด ซี เบิร์นสเตน ชี้ว่า ธุรกิจชิพหน่วยความจำอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่นำไปสู่อุปทานที่มีจำกัด และราคาที่สูงขึ้น ทำให้มีกำไรมากขึ้น และคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานในธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์จะเพิ่มเป็น 25.2% ในไตรมาสที่สาม และ 27.8% ในไตรมาสที่สี่ จาก 20.3% ในไตรมาสที่สอง
การลงทุน 13 ล้านล้านวอนในธุรกิจชิพของซัมซุง คล้ายกับแผนการใช้จ่ายของอินเทล 11,000 ล้านดอลลาร์สำหรับโรงงานและอุปกรณ์การผลิตในปีนี้








