วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

STEC : ซื้อ

2H56 งบโดดเด่น....มีโอกาสรับงานใหม่มูลค่าสูง

คาดผลประกอบการ 2Q56 เติบโตเมื่อเทียบกับรายปี


เราคาดว่า STEC จะมีกำไรสุทธิใน 2Q56 ที่ 349 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% YoY จากการรายได้การก่อสร้างและบริการ 5.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY เป็นการรับรู้ต่อเนื่องโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า และงานโรงไฟฟ้า และยังคงระดับอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับ 9.4% แต่เมื่อเทียบรายไตรมาสจะมีกำไรสุทธิอ่อนตัวลง 13% QoQ ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ที่ลดลง เนื่องจากวันหยุดที่ในเดือน เม.ย. และรายการรายได้อื่น ที่ปรับลดราว 50 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในพันธบัตรต่างประเทศที่ลดลงตามการผันแปรของค่าเงินบาท


ผลประกอบการครึ่งปีหลังคาดเติบโตโดดเด่น


จากงานในมือหลังหักรับรู้รายได้ 2Q56 ที่ประมาณ 6.9 หมื่นล้านบาท เราคาดว่าจะเห็นการก่อสร้างที่ต่อเนื่องของโครงการต่างๆที่อยู่ในมือ ทั้งในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ โดยจะเห็นโครงการที่แล้วเสร็จตามกรอบเวลาในปี 2557 เช่น งานโรงไฟฟ้า และ งานรถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งจะทำให้เห็นการเร่งงานส่งผลต่อการรับรู้รายได้ใน 2H56 จะเติบโตเด่นกว่าใน 1H56 ซึ่งการควบคุมต้นทุนได้ดีของ STEC ทำให้เราคาดว่าระดับอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อปีจะทำได้ไม่ต่ำกว่า 8 – 9% ซึ่งทำให้บริษัทรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิไว้ระดับ 5.5 – 6%


มีโอกาสรับงานจากภาคเอกชน มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท


STEC อยู่ระหว่างการประมูลงานภาคเอกชน มูลค่างานราว 1 – 1.2 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะทราบผลในช่วง 2 - 3 เดือนนี้ โดยเป็นงานก่อสร้างที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีราว 10% ซึ่งจะทำให้บริษัทรับงานในปี 2556 รวมเป็นมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท หลังจากที่ 1H56 มีการเซ็นสัญญารับงานแล้วกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท โดยงานหลักที่ได้ คือ โครงการก่อสร้างรัฐสภามูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2557 เป็นต้นไป โดยมีงานในมือหลังรอรับรู้รายได้จาก 3Q56 ที่ 6.9 หมื่นล้านบาท


มูลค่าเหมาะสม 29.50 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”


เรายังคงประมาณการและมูลค่าเหมาะสมที่ 29.50 บาท ระดับราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงทำให้ผลตอบแทนราคาสูงขึ้นเป็น 39% เรามองว่า STEC ยังมีโอกาสรับงานก่อสร้างต่อเนื่อง แม้ว่างบประมาณการลงทุนของรัฐบาลมูลค่า 2 ล้านล้านบาท จะมีความเสี่ยงจากความล่าช้า แต่ STEC ยังมีโอกาสจากงานภาคเอกชน เช่น งานโรงไฟฟ้า SPP ที่ผ่านการประมูล และ คาดจะเห็นความคืบหน้าในปี 2557 ขณะที่สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่มเพราะไม่มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อผู้ถือหุ้น (Net Cash) ทำให้ STEC มีความน่าสนใจต่อการลงทุน