วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Automotive Sector

ภาวะอุตฯ เข้าสู่ช่วงชะลอตัว เหมาะเป็นช่วงสะสมหุ้นรอปัจจัยบวกในอนาคต

สถิติยานยนต์เดือน มิ.ย. 56 ยืนยันภาวะอุตฯ ยานยนต์ไทยเข้าสู่ช่วงชะลอตัว


สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานยอดผลิตรถยนต์เดือน มิ.ย.จำนวน 2.17 แสนคัน ลดลง 6% MoM ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 และต่ำกว่ายอดผลิตสูงสุดของปีนี้ที่เกิดขึ้นในเดือน มี.ค. ที่ 2.56 แสนคัน เราเชื่อว่าเป็นสัญญาณยืนยันว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ผ่านจุดสูงสุดจากแรงหนุนพิเศษจากโครงการ “รถคันแรก” และกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวจากการอ่อนแรงลงของอุปสงค์รถยนต์จากตลาดในประเทศ อย่างไรก็ตาม จากการเติบโตโดดเด่นในช่วงต้นปี ทำให้ยอดผลิตรถยนต์งวด 6 เดือนแรกปี 2556 สูงถึง 1.34 ล้านคัน เติบโต 28% YoY ยอดขายรถยนต์ในประเทศอยู่ที่ 7.4 แสนคัน เติบโต 22% YoY และยอดส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 5.3 แสนคัน เติบโต 17% YoY


ครึ่งปีหลัง “การส่งออก” และ “รถโมเดลใหม่” จะเข้ามาทดแทน “รถคันแรก”


แม้แรงหนุนจากโครงการ “รถคันแรก” มีแนวโน้มอ่อนแรงลงหลังจากในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2556 ค่ายรถต่างๆ ได้ส่งมอบรถยนต์ไปแล้วกว่า 80% ของยอดขอใช้สิทธิที่ราว 1.25 ล้านราย แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2556 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะได้ปัจจัยหนุนใหม่ คือ “การส่งออก” เข้ามาช่วยชดเชย รวมทั้ง “โตโยต้า” ค่ายรถรายใหญ่ในประเทศมีแผนจะเปิดตัวรถอีโคคาร์เป็นครั้งแรกใน 3Q56 ซึ่งเราคาดว่าจะช่วยหนุนให้ตลาดรถในประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง เราจึงยังคงคาดยอดผลิตรถยนต์ปี 2556 ที่ 2.55 ล้านคัน เติบโต 4% YoY ทั้งนี้ ส.อ.ท. คาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์งวด 3Q56 ที่ 6.33 แสนคัน (-2% YoY, +2% QoQ) รวมเป็นคาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์งวด 9M56 ที่ 1.97 ล้านคัน เติบโต 16% YoY


ดัชนีราคาหุ้นกลุ่ม AUTO ปรับตัวลงสะท้อน (ลดลงจากจุดสูงสุดกว่า 18%)


ดัชนีราคาหุ้นกลุ่ม AUTO แตะระดับสูงสุดของปี 2556 ที่ 655 จุด ในเดือน ก.พ. ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ราว 537 จุด ลดลง 118 จุด หรือ 18% ในปัจจุบัน เราประเมินว่าเป็นการปรับตัวลดลงตามภาวะตลาด (SET Index ลดลง 4% จากเดือน ก.พ.) และเป็นการปรับตัวลดลงสะท้อนแนวโน้มการเข้าสู่ภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในครึ่งปีหลังของปี 2556 หลังจากที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นมาตั้งแต่กลางปี 2555 ซึ่งราคาหุ้นในกลุ่ม AUTO ที่เราศึกษาได้ปรับตัวลดลงจนต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินและมี Up-side Gain สูงหลายตัว


มองเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะยาวสะสมหุ้นรอปัจจัยบวกในอนาคต


อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเข้าสู่ภาวะชะลอตัวเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ขณะที่ดัชนีราคาหุ้นกลุ่ม AUTO ก็ได้ปรับตัวลดลงสะท้อนแนวโน้มดังกล่าวแล้ว (ลดลงกว่า 18% จากระดับสูงสุดของปี 2556) และเราประเมินว่าการชะลอตัวลงในครั้งนี้ไม่เลวร้ายนักเนื่องจากมีปัจจัยหนุนใหม่ “การส่งออก” และ “รถยนต์โมเดลใหม่” เข้ามาช่วยชดเชย ดังนั้นเราจึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนระยะยาวในการเข้ามาสะสมหุ้นเพื่อรอรับปัจจัยบวกใหม่ๆ ในอนาคต เช่น โอกาสจากการเกิด AEC ในปี 2558 (คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นในกลุ่ม AUTO ในปี 2557) และการปรับอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ในปี 2559 (คาดว่าจะช่วยกระตุ้นอุปสงค์รถยนต์ในประเทศในปี 2558) เป็นต้น อีกทั้ง “การส่งออก” และ “รถยนต์โมเดลใหม่” อาจช่วยหนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้ดีกว่าคาด


AH และ STANLY เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม


เราจึงยังให้น้ำหนักการลงทุน “Overweight” (หรือ “มากกว่าตลาด”) สำหรับหุ้นในกลุ่ม AUTO ที่ และเลือก AH (มูลค่าเหมาะสม 33.50 บาท) และ STANLY (มูลค่าเหมาะสม 300 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ เนื่องจากทั้ง 2 บริษัทมีปัจจัยบวกพิเศษเฉพาะตัว คือ อยู่ระหว่างเจรจาขอรับเงินสินไหมประกันเหตุการณ์น้ำท่วมเพิ่มเติมจากบริษัทประกันภัย อาจทำให้ผลประกอบการรวมปี 2556 ออกมาดีกว่าที่เราคาด