หมุนลงระหว่างวันไม่ต่ำกว่า 1,465 จุด มองเป้าแกว่งขึ้น 1,490-1,540 จุดในระยะสัปดาห์
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้จะยังคงได้รับปัจจัยหนุนจาก Momentum ขาขึ้นในระยะสั้นของตลาดหุ้นโลก ที่สะท้อนออกมาจากรายงานล่าสุดจาก Merrill Lynch (ML) ที่พบว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา (11-17 ก.ค.2556) มีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นโลกถึง 1.97 หมื่นล้านดอลลาร์สูงที่สุดในรอบ 6 เดือน สวนทางกับตลาดพันธบัตรโลกที่มีเงินทุนไหลออก 700 ล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นระดับการยอมรับความเสี่ยง (Risk Appetite) ของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดีเป้าหมายของเงินทุนเกือบทั้งหมดเป็นการไหลเข้าตลาดหุ้นสหรัฐ, ญี่ปุ่น และยุโรป ในทางตรงกันข้ามกับตลาดหุ้นเอเชียที่ยังมีเงินทุนไหลออก 379 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดีการที่ผลสำรวจเดือน ก.ค.2556 จาก ML พบว่า Global Fund Manager ให้น้ำหนักในการถือเงินสดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.6% ซึ่งตามสถิติแล้วมีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นการไหลกลับของเงินทุน หรือเกิด “Contrarian Buy Signal” มายังตลาดหุ้นเอเชียอีกครั้งในระยะ 1 เดือนข้างหน้า
ตัวเลขเศรษฐกิจเอเชียที่จะประกาศในสัปดาห์นี้จะเป็นปัจจัยหนุนทิศทางของตลาดหุ้นไทยด้วย โดยที่ประเมินว่าในวันพุธญี่ปุ่นจะรายงานตัวเลขส่งออกเดือน มิ.ย.2556 เพิ่มขึ้น 12.0% YoY จาก 10.1% ในเดือนก่อนหน้า และตัวเลข HSBC PMI ภาคการผลิตของจีนเดือน ก.ค.2556 จะออกมาที่ 48.5 เพิ่มขึ้นจาก 48.2 ในเดือนก่อนหน้า ดังนั้นตราบใดที่ SET ยังไม่เหวี่ยงตัวต่ำกว่า 1,465 จุดอีกครั้ง ในระยะสัปดาห์ (Weekly) มีแนวโน้มที่ SET จะขึ้นไปแกว่งตัวในกรอบ 1,490-1,540 จุดได้
กลยุทธ์การลงทุน : ลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) แนะนำ “อ่อนตัวซื้อเก็งกำไร” กรณี SET ยังปิดเหนือ 1,465 จุดได้ (ต่ำกว่าขาย) ในหุ้นกลุ่ม High Alpha และ High Beta ได้แก่ SIRI, AH, SEAFCO, KAMART, MFEC, AMATA, BBL, PTTGC, NOK และ BEC ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (มากกว่า 1 เดือน) แนะนำ “ทยอยสะสมหุ้น” เพิ่มเป็น 50% ในหุ้น INTUCH, INET, MODERN, STEC, SRICHA, STANLY และ PTTEP









