ยังรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี
คาดผลประกอบการ 2Q56 เติบโตเทียบกับรายปี
เราคาด LH จะมีกำไรสุทธิใน 2Q56 ราว 1.3 พันล้านบาท ลดลง 6% QoQ แต่ปรับดีขึ้น 16% YoY ผลจากยอดรับรู้รายได้ที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายไตรมาส คาดจะมีรายได้จากการขายค่าเช่า และบริการที่ 5.3 พันล้านบาท ลดลง 9% QoQ และ 8% YoY โดยยังคงรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงกับไตรมาสที่แล้วที่ 35% ทั้งนี้คาดว่าจะเห็นกำไรจากเงินลงทุนบันทึกได้เพิ่มขึ้นผลจากการเติบโตของบริษัทลูกเช่น QH LHbank และ HMPRO เติบโต 31%QoQ
คาดผลประกอบการเติบโตเด่นใน 3Q56
จากแผนการรับรู้รายได้ของโครงการคอนโดมีเนียม 3 แห่ง เช่น The Room สุขุมวิท 21, The Room สุขุมวิท 40 รวมถึง North 8 เชียงใหม่ และ The Key-อุดมสุข มูลค่ารวมกว่า 4 พันล้านบาท บันทึกรับรู้รายได้ที่ชัดเจนใน 3Q56 และต่อเนื่องไป 4Q56 ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการใน 3Q56 เป็นไตรมาสที่เติบโตมากสุดของปี ทั้งนี้บริษัทมีงานในมือปัจจุบันราว 1.1หมื่นล้านบาทรับรับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องนับจากปี 2556-2558
ยอดขาย 1H56 ทำได้ 49% ของเป้าหมาย
จากยอดขายในปี 2556 ที่บริษัทตั้งเป้าไว้ทั้งปี 3 หมื่นล้านบาท มีโอกาสทำได้ใกล้เคียงตามแผน จากยอดขายใน 1H56 ที่บริษัททำได้ราว 1.4 หมื่นล้านบาท มาจาก 1Q56 มูลค่า 7.7 พันล้านบาท และ 2Q56 ที่ราว 7 พันล้านบาท คิดเป็น 49% ของเป้าหมาย ทั้งนี้ ในช่วง 2H56 LH มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่กว่า 15 โครงการ มูลค่า 2.4 หมื่นล้านบาท จากครึ่งปีแรกเปิดไปแล้ว 9 โครงการ มีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งปี 25 โครงการ มูลค่ารวม 4.4 หมื่นล้านบาท เราคาดว่าจากการเปิดโครงการใหม่ใน 2H56 ช่วยผลักดันยอดขายได้ต่อเนื่อง
ประเด็นบวกใน 2H56 สร้างความน่าสนใจ คงคำแนะนำ “ซื้อ”
เราคาดว่า LH มีประเด็นบวกที่น่าสนใจรออยู่ คือแผนนำโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการให้เช่ามาจัดตั้งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์กองใหม่ จากโครงการ Terminal 21 โครงการแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยท์ วิทยุ และ โครงการแกรนด์เซ็นเตอร์ พอยท์ ราชดำริ มูลค่ารวม 9.9 พันล้านบาท ขายเข้ากองทุนอสังหาฯ โดยอยู่ระหว่างการเสนอข้อมูลเข้ากลต.ในเดือนสค.56 และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและมีโอกาสรับรู้กำไรดังกล่าวใน 4Q56 ซึ่งเรายังไม่ได้รวมในประมาณการ ขณะที่คาดหมายผลประกอบการเติบโตใน 2H56 ที่รออยู่ คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 15.30 บาท









