บ้านปูปิดโครงการรับซื้อหุ้นคืน ใช้เงินกว่า 3.9 พันล้านบาท บอร์ดมีมตินำหุ้นที่ซื้อคืน 5% ลดทุนจดทะเบียนทันที โบรกเกอร์ฯหั่นประมาณการกำไร
นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบ้านปูจำกัด (มหาชน) (BANPU) รายงานตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทได้สิ้นสุดโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน13. 6ล้านหุ้น คิดเป็น5% เมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัท ได้เห็นชอบให้ลดทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วโดยการตัดหุ้นจดทะเบียนที่ซื้อคืนจำนวนดังกล่าว
สำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนของบริษัทบ้านปู ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. 2556 จำนวนหุ้นที่ซื้อคืนทั้งหมด 13.6 ล้านหุ้น โดยได้มีการซื้อหุ้นคืนวันสุดท้ายในวันที่ 16 ก.ค. 2556 จำนวน 2.56 แสนหุ้น ราคาต่ำสุด 237 บาท คิดเป็นมูลค่า 59.8 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้ใช้เงินเพื่อซื้อหุ้นคืนทั้งหมดรวมกว่า 3.9 พันล้านบาท
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า การที่บริษัทบ้านปู ประกาศลดทุนหลังจากแผนการซื้อหุ้นคืนสำเร็จแล้วนั้น มองว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานและราคาหุ้นของบริษัทบ้านปู เนื่องจากจำนวนการลดทุนแค่ 5% ไม่มีนัยสำคัญ แต่การที่ราคาหุ้นปรับตัวลงต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนกังวลเรื่องภาวะอุตสาหกรรมถ่านหินที่อยู่ในช่วงขาลงและเรื่องคดีความที่ยังไม่สิ้นสุด ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนลดลง
"ตอนนี้เราไม่แนะนำให้ลงทุนหุ้นบ้านปู เนื่องจากอุตสาหกรรมถ่านหินขาลง และเรื่องคดีความที่ยังเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่อง ซึ่งนักลงทุนมีความกังวลต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าราคาหุ้นปรับลดลงมาอยู่ในระดับต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานและฝ่ายวิจัยจะมีโอกาสได้เข้าพบผู้บริหารเพื่อฟังคำชี้แจงผลประกอบการงวดไตรมาส2/56 ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ คาดว่ามีแนวโน้มจะการปรับประมาณการกำไรลดลง"นักวิเคราะห์กล่าว
ก่อนหน้านี้นายชนินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบ้านปู ยอมรับว่า ราคาหุ้นบ้านปูได้ปรับลดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี โดยเป็นผลมาจากราคาถ่านหินที่อ่อนตัวลง ซึ่งนักลงทุนที่จะลงทุนหุ้นบ้านปู ต้องเข้าใจธุรกิจ หากมองเป็นลงทุนระยะสั้นแค่ 3-6 เดือนคงไม่ได้ ทั้งนี้ฝ่ายบริหารของบริษัท ก็พยายามบริหารความเสี่ยงด้านราคา โดยถ่านที่ผลิตจากอินโดนีเซีย ที่มีกำลังการผลิตกว่า 29 ล้านตันในปีนี้ ได้มีการทำสัญญาขายล่วงหน้าไปกว่า 90%
"ราคาหุ้นถ่านหินไม่ได้ปรับลดลงเฉพาะบริษัทเท่านั้น จะเป็นการปรับลดลงทั้งภูมิภาค การที่เราเข้าไปซื้อหุ้นคืน เป็นการส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานและฝ่ายบริหาร เพราะการที่บริษัทจะต้องมีเงินสด มีกำไรสะสมมากพอ"นายชนินท์ กล่าว
การโรดโชว์ข้อมูลการลงทุนกับนักลงทุนในยุโรป และเอเชียก่อนหน้านี้ แต่ละกองทุน มีมุมมองการฟื้นตัวของราคาถ่านหินที่แตกต่างกันไป บางแห่งมองว่าจะมีการฟื้นตัวช่วงไตรมาส 3-4 แต่บางแห่งมองระยะยาวกว่านี้ ดังนั้นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ต้องสร้างความเชื่อมั่น โดยช่วงนี้จะให้ความสำคัญในการบริหารกระแสเงินสด การควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน และต้องจ่ายปันผลให้กับนักลงทุนสม่ำเสมอ









