"ชัชชาติ"ชี้ต้องแยกการทุจริตเงินกู้ 2 ล้านล้านกับความจำเป็นลงทุนระบบราง เผยไทยเสียโอกาสการพัฒนาไปมาก โลจิสติกส์พ่ายสิงคโปร์
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในการปาฐกถาพิเศษ "Thailand investment for the new era of connectivity " ว่า วันที่ 17 ก.ค.เป็นวันสุดท้ายที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทได้สอบถามกระทรวงคมนาคมเพื่อเตรียมข้อมูลเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และวาระ 3 ของรัฐสภาในเดือนส.ค. ซึ่งกระทรวงคมนาคมยืนยันที่จะดำเนินการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง และคาดว่าเมื่อร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านจะสามารถดำเนินการโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 5 เส้นทางได้เลย
"ผมขอยืนยันว่า โครงการรถไฟทางคู่กับ โครงการรถไฟความเร็วสูง มีเป้าหมายแตกต่างกัน และมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการ โดยรถไฟทางคู่เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้โดยสารที่ไม่ต้องการความเร็วมากนัก และเจาะกลุ่มผู้ใช้บริการขนส่งสินค้า ขณะที่รถไฟความเร็วสูงเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเซฟเวลา อีกทั้งการพัฒนารถไฟความเร็วสูงยังช่วยพัฒนาเมืองใหม่ด้วย"นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ กล่าวว่า ถ้าจะจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟความร็วสูงเพียงอย่างเดียวคงไม่คุ้มทุน ทั้งนี้ต้องขึ้นกับรัฐบาลที่เข้ามาบริหารด้วยว่ามีกึ๋นแค่ไหนที่จะใช้ โครงการดังกล่าวพัฒนาเมืองร่วมกับการพัฒนาผังเมืองรวมในแต่ลพื้นทีีที่มีรถไฟความเร็วสูงผ่าน
"ผมเห็นว่าการพัฒนาเมืองใหม่ถือเป็นโกรทว์เอนจิ้นของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาไทยลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานน้อยมาก ทำให้ไทยไม่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ถ้าคิดเป็นสัดส่วนด้านการขนส่งไทยลงทุนเพียง 0.8% ต่อปี ขณะที่สิงคโปร์ลงทุนมากกว่า 1%"นายชัชชาติ กล่าว
รมว.คมนาคม กล่าวอีกว่า เมื่อเปรียบเทียบแผนพัฒนาไทยกับสิงคโปร์จะพบว่า ไทยเสียโอกาสในการพัฒนาโครงการ เพราะโครงการที่จะพัฒนาล้วนล่าช้า ขณะที่สิงคโปร์ เดินหน้าและมีโครงการอย่างต่อเนื่องชัดเจน และหากไทยไม่ทำต่อไป จะต้องเสียค่าเสียโอกาส อาจต้องเสียอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น









