วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธ.ก.ส.ชงเกษตรกรประกันภัยข้าวป้องสวมสิทธิ

ธ.ก.ส.เตรียมเสนอคลัง-กขช.อนุมัติเกษตรกรผู้ปลุูกข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำต้องทำประกันภัยพืชผลด้วย เพื่อลดปัญหาการสวมสิทธิ-ลดภาระงบประมาณ

นายบุญไทย แก้วขันตี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตตร(ธ.ก.ส.)เปิดเผยว่า ในวันอังคารนี้(16กรกฎาคม)ธ.ก.ส.จะเสนอให้นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาข้อเสนอการทำประกันภัยพืชผลแก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เพื่อเป็นส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์ในการรับจำนำข้าว โดยจะกำหนดบังคับให้เกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล จะต้องทำประกันภัยพืชผลในจำนวน 1 ใน 4 ของพื้นที่ปลูกข้าวด้วย

"เรามั่นใจว่า วิธีการนี้ จะลดปัญหาการสวมสิทธิในโครงการจำนำข้าวได้ เพราะก่อนที่เกษตรกร จะได้รับใบประทวน เพื่อไปเบิกเงินกับธ.ก.ส.จะต้องมีส่วนประกอบ 2 อย่าง คือ หนังสือการขึ้นทะเบียนโครงการจำนำ และ หนังสือการทำประกันภัย ซึ่งจะเป็นชื่อของเกษตรกรคนเดียวกัน การตรวจสอบด้านการจ่ายค่าเบี้ยประกัน ก็จะมีเอกชนเข้าร่วม ฉะนั้น ก็เชื่อว่ามจะช่วยลดการสวมสิทธิ์โครงการจำนำได้"เขากล่าวและว่า เมื่อระดับนโยบายคลังเห็นชอบ จะมีการเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายข้าว(กขช.)เพื่ออนุมัติอีกครั้ง

นายบุญไทย กล่าวว่า การกำหนดให้ผู้เข้าโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลทำประกันภัยพืชผล ยังช่วยป้องกันความเสี่ยงให้แก่เกษตรกรกรณีที่อาจเกิดความเสียหายต่อพืชผลจากภัยธรรมชาติ โดยที่เกษตรกรต้องยอมเสียค่าเบี้ยประกันรายปีในอัตราที่รัฐบาลจะเข้าไปช่วยลดภาระให้จำนวนหนึ่งด้วย ซึ่งการประกันจะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมต้นทุนการผลิตทั้งหมด

ทั้งนี้ ทางธ.ก.ส.จะพยายามเจรจากับสมาคมประกันวินาศภัย เพื่อขอให้คงอัตราเบี้ยประกันที่ 120 บาทต่อไร่ต่อปี เพื่อไม่ให้ภาระต่อเกษตรกรเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ในจำนวนเบี้ยประกันดังกล่าว ทางรัฐบาลจะช่วยจ่ายแทนเกษตรกรให้จำนวน 69 บาทต่อไร่

"ปัจจุบัน ลูกค้าเกษตรกรที่ทำประกันพืชผลมีอยู่จำนวน 6 ล้านราย แต่ทางสมาคมประกันวินาศภัยต้องการจะเพิ่มให้เป็น 8 ล้านราย เพราะเป็นจำนวนที่คุ้มต่อการรับประกัน แต่เมื่อเราใช้วิธีกำหนดให้เกษตรกรที่เข้าโครงการรับจำนำทำประกัน จะทำให้บริษัทประกันมีลูกค้าในกรณีนี้เพิ่มขึ้นถึง 15 ล้านราย ถือว่า เพิ่มขึ้นเท่าตัว ฉะนั้น เราก็จะขอให้มีความคุ้มครองเต็มพื้นที่เพาะปลูกข้าว 60 ล้านไร่ โดยที่เกษตรกรจ่ายเบี้ยประกันเพียง 1 ใน 4 ของพื้นที่เพาะปลูก"เขากล่าว

นายบุญไทย กล่าวว่า เมื่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวเข้าโครงการประกันภัยพืชผลทั้งหมด ทางรัฐบาลก็จะลดภาระงบประมาณที่ต้องจ่ายกรณีพืชผลเสียหายจากภัยพิบัติราว 1 หมื่นล้านบาทต่อปี เหลือประมาณ 1 พันล้านบาทต่อปี (ซึ่งเป็นค่าเบี้ยประกัน) โดยที่บริษัทประกันจะเป็นผู้รับภาระค่าเสียหายแทน ปัจจุบัน ในแง่ความคุ้มครองการทำประกันภัยจะอยู่ที่จำนวน 1,111 บาทต่อไร่