"เบญจา"เร่งเช็คบิลกระบวนการโกงแวต 4 พันล้าน ชี้ชัดมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงกรมสรรพากรร่วมด้วย เผยมีการตั้งบริษัทผี อ้างซื้อขายสินค้า
นางเบญจา หลุยเจริญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีตรวจพบกระบวนการโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) มูลค่าประมาณ 4 พันล้านบาทของกรมสรรพากรว่า การตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กระบวนการโกงแวตดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพากรร่วมมืออย่างแน่นอน จึงกำชับให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงการคลังสืบข้อมูลในเชิงลึกทุกด้าน เพื่อสาวให้ถึงตัวการใหญ่ และ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำซาก เพราะถือว่าเป็นการโกงชาติแบบให้อภัยไม่ได้
"ในฐานะที่เคยเป็นผู้ตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากรมาก่อน จึงทราบว่าวิธีการโกงภาษีมูลค่าเพิ่ม ถือเป็นวิธีการใหม่ แต่กลุ่มคนที่ทำนั้น รู้จุดอ่อนและจุดแข็งของกรมสรรพากรเป็นอย่างดี หากคนที่ไม่มีความรู้เรื่องภาษี ขั้นตอนและวิธีการในการตรวจสอบการคืนภาษีจะไม่สามารถทำแบบนี้ได้ จึงเชื่อว่าคนในกรมสรรพากรมีส่วนในการกระทำความผิดแน่นอน และต้องมีตำแหน่งสูงไม่น้อยกว่าผู้ตรวจสอบภาษีของกรมสรรพากร"
นางเบญจา กล่าวว่า เมื่อปีที่ผ่านมา ขณะดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมศุลกากรได้ตรวจสอบพบการโกงภาษีแวตในลักษณะดังกล่าวและได้แจ้งเตือนกรมสรรพากรไปแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ จึงทำให้ขบวนการโกงภาษีขยายวงกว้างและสร้างความเสียหายให้แก่ทางการราชการอย่างมากมาย จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องปราบปรามขบวนการโกงภาษีให้หมดสิ้น
สำหรับวิธีการในการโกงภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น หลักพื้นฐาน คือเมื่อผู้ประกอบการส่งออกส่งสินค้าไปต่างประเทศ ในกรณีที่มีภาระภาษีเกิดขึ้น จากการที่ผู้ส่งออกได้สั่งซื้อสินค้าภายในประเทศ ที่ได้บวกรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าไปในราคาสินค้า ผู้ส่งออกก็จะทำการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะถือว่าสินค้าที่ส่งออกไม่ได้บริโภคภายในประเทศ ผู้ส่งออกจึงไม่ควรมีภาระภาษีเกิดขึ้น และยังเป็นการสนับสนุนผู้ส่งออกไทยอีกด้วย
ส่วนขั้นตอนการยื่นภาษีขอคืนภาษี มีหลักปฏิบัติทั้งเร็วและช้า ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของผู้ส่งออก หากเป็นบริษัทใหญ่ๆ ส่งออกเป็นประจำ มีมาตรฐานบัญชีที่ดี ก็จะคืนภาษีเร็ว เพราะกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบภาษีย้อนหลังได้ แต่หากเป็นพวกหน้าใหม่ มีประวัติหรือหลักฐานการส่งออกไม่ชัดเจน หัวทีมตรวจสอบก็จะต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานอย่างเข้มงวด ซึ่งมีมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วไป 6 ขั้นตอน บางทีมอาจมีมากกว่านั้น เช่น ใบสั่งซื้อสินค้าภายในประเทศ ใบสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ เอกสารทางการเงินของบริษัทกับคู่ค้าหรือธนาคารพาณิชย์และใบขนสินค้าของกรมศุลกากรเพื่อยื่นยันว่า สินค้าได้ส่งออกไปจริง เป็นต้น









