วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้รัฐบาลรับมือวิกฤติวัยทำงานลด ห่วงศก.สะดุด

นักเศรษฐศาสตร์ชี้ โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง ถือเป็นโจทย์สำคัญที่จะมีผลกระทบต่อภาพรวมศก. ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าประชากรวัยทำงานจะลดลง

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและแผนประชากร สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า โครงสร้างประชากรของไทยที่เปลี่ยนแปลงไป จะมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นประเด็นที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสนใจและร่วมแก้ไขโจทย์ปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ เขากล่าวระหว่างเสวนาเรื่อง”เกิดน้อย ด้อยคุณภาพ อนาคตประเทศไทยไปทางไหน”ซึ่งจัดเนื่องในวันที่ 11 กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันประชากรโลก โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติและสภาพัฒน์เมื่อวานนี้(10กค.)

เขากล่าวว่า โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง คือ ประชากรวัยเด็กจะมีจำนวนที่น้อยและมีคุณภาพน้อยลง ขณะที่ มีประชากรวัยชราจำนวนมาก นั่นหมายความว่า ประชากรในวัยทำงานก็จะลดลง การเปลี่ยนแปลงนี้ ถือว่า มีผลสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยในระยะไม่กี่ปีประชากรวัยชราที่มีอายุเกิน 65 ปี จะมีสัดส่วน 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด

"ที่ผ่านมา โครงสร้างประชากรนั้น ถือเป็นปัจจัยที่สอดคล้องกับการพัฒนาประเทศ แต่ปัจจุบันเราเห็นว่า เป็นโจทก์ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เพราะอีกไม่นาน คนทำงานจะลดลง ก็จะกระทบต่อผู้ผลิต การบริโภคในประเทศ รวมถึงการออม เหล่านี้ เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ เพื่อรองรับและปรับตัว"นายโฆสิตกล่าว

เขากล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการลงทุนจากต่างประเทศมาก และ เราก็ยังเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก โดยเราใช้จำนวนแรงงานจำนวนมาก แต่เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยนแปลง ฉะนั้น เราจึงไม่สามารถมองหรือพัฒนาระบบเศรษฐกิจในแบบเดิมๆ ได้ จึงจำเป็นที่ต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับประเด็นดังกล่าว

"ขณะนี้ คนวัยทำงานต้องดูแลครอบครัว ซึ่งหมายถึง พ่อแม่ ขณะเดียวกัน ตัวเองก็มีบุตร ซึ่งต้องดูแลและจำเป็นต้องดูแลให้มีคุณภาพ ฉะนั้น ภาระที่ตัวเองต้องจัดการก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึง ยังต้องดูแลตัวเองในวัยเกษียณด้วย นี่คือสภาพของครอบครัวในปัจจุบัน"นายโฆสิตกล่าว

นายโฆสิตยังเสนอแนะด้วยว่า การขยายอายุเกษียณราชการ น่าจะเป็นแนวทางที่จะช่วยให้มีประชากรวัยทำงานที่มากขึ้น แต่ภาครัฐต้องมีวิธีบริหารจัดการที่ดี เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงต่างๆ เพราะตราบใดที่บุคลากรยังมีความสามารถและทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานได้ เรื่องอายุก็คงจะไม่มีผลแต่อย่างใด

ด้านนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหาร มูลนิธิสถาบันอนาคตไทย กล่าวว่า ประเด็นเรื่องการเกิดน้อย ด้อยคุณภาพ สำหรับประชากรไทยนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญมากกว่าที่จะดูว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวในจำนวนใด เพราะแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงประชากรนี้ มีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยจะกระทบต่อภาคแรงงาน โดยเฉพาะประสิทธิภาพของแรงงาน โครงสร้างของครัวเรือน และ รายได้

เขากล่าวด้วยว่า การที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างประชากร ด้วยการส่งเสริมให้มีบุตรมากขึ้นนั้น ถือเป็นเรื่องที่ยากในขณะนี้ จึงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับและรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ แม้ว่า ทุกฝ่ายจะทราบถึงปัญหานี้ว่า เป็นโจทก์สำคัญ แต่ก็ยังไม่มีคนตระหนักต่อปัญหาดังกล่าวมากนัก ดังนั้น จึงแนะนำให้ประชากรวัยทำงานออมเงินมากขึ้น ในส่วนภาครัฐเองก็ควรมีโปรดักต์ที่ช่วยส่งเสริม

นายเศรษฐพุฒิเห็นว่า การนำเข้าแรงงานต่างด้าว จะมีส่วนช่วยลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานและแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากรที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน ส่วนการขยายอายุเกษียณราชการเพื่อแก้ไขปัญหานั้น คิดว่า เป็นแนวทางที่ไม่เหมาะสม เพราะในหลายประเทศที่เพิ่มสวัสดิการได้สร้างภาระการคลังจนทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย