ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้เหลือโต 4.0% จากเดิมที่ 4.8% การบริโภคในประเทศซบเซา หลังภาระหนี้ภาคครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้น
นายประสพสุข ดำรงชิตานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บรษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้เหลือเติบโต 4.0% หรือกรอบคาดการณ์ 3.8-4.3% จากเดิมเคยคาดไว้ในระดับ 4.8% หรือกรอบคาดการณ์ที่ 4.3-5.3% ทั้งนี้ ตัวแปรหลักที่มีผลกระทบต่อการปรับประมาณการมาจากสัญญาณชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อจีดีพีของไทยให้ลดลงประมาณ 0.1% ขณะเดียวกันการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวจะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย และกดดันให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลกยังคงอ่อนตัวลง มีผลกระทบต่อจีดีพีไทยให้ลดลงราว 0.2%
ส่วนปัจจัยในประเทศ การบริโภคที่ซบเซาลงหลังจากภาระหนี้ภาคครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับ ราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกปรับตัวลดลง ส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทยให้ปรับลดลงราว 0.2% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวลงหลังจากเกิดความกังวลในความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทยให้ลดลงราว 0.2% และปัจจัยสุดท้ายคือโครงการลงทุนภาครัฐที่มีความล่าช้าจากปัญหาต่างๆ ส่งผลกระทบต่อจีดีพีไทยลดลงประมาณ 0.1%
ทั้งนี้ ประเมินว่า ในปีนี้การบริโภคของภาคเอกชนจะขยายตัวลดลงเหลือ 2.6% จากเดิม 3.5% การลงทุนลดลงเหลือขยายตัว 3.3% จากเดิม 6.5% การส่งออกปรับลดลงเหลือขยายตัว 4.0% จากเดิม 7.0% การนำเข้าปรับลดลงเหลือขยายตัว 5.7% จากเดิม 8.5 % ดุลบัญชีเดินสะพัดปรับเป็นขาดดุล 0.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมขาดดุล 1.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงเหลือ 2.5% จากเดิม 2.6 %
ขณะที่แนวโน้มของภาคธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง ธุรกิจที่ยังน่าจะเติบโตได้ดี คือ โทรคมนาคม ท่องเที่ยว สุขภาพ และพลังงานทดแทน ธุรกิจที่มีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับครึ่งปีแรกคือ สินค้าเกษตรและอาหาร กลุ่มสินค้าส่งออก ธุรกิจขนส่งสินค้า ธุรกิจก่อสร้าง ส่วนธุรกิจที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศ ได้แก่ สินค้าบริโภค ธุรกิจค้าปลีก รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์สำนักงาน









