"สุภา"ซัดจำนำทุกเม็ดทุจริตทุกขั้นตอน ย้ำ 3 รอบการผลิตขาดทุน 2.2 แสนล้านบาท ธ.ก.ส.เชื่อกำหนดเพดาน 5 แสนบาทช่วยลดทุจริต
โครงการรับจำนำข้าวภายใต้การนำของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะการใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก และเกิดการรั่วไหลไม่ถึงมือชาวนาอย่างแท้จริง ส่งผลให้รัฐบาลต้องเปลี่ยนตัวผู้รับผิดชอบในการกำกับดูแลโครงการ เพื่อแก้ภาพลักษณ์โครงการรับจำนำ
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า วันนี้ (3 ก.ค.) จะเชิญโรงสีมาประชุมหารือเพื่อเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าว หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศปรับขึ้นราคารับจำนำไปเป็น 1.5 หมื่นบาทเหมือนเดิม รวมถึงการซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรับจำนำข้าวฤดูกาลใหม่ปี 2556/57 เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน
จี้แผนระบายข้าว 3 เดือน 3 ล้านตัน
นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้ขอให้กรมการค้าต่างประเทศ จัดทำแผนเร่งระบายโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ได้ตามเป้าหมายการระบาย 3 ล้านตัน ใน 3 เดือน กำหนดให้ใช้การระบายในรูปแบบต่างๆ ทั้งการขายรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) การเปิดประมูลเป็นการทั่วไป การเปิดให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อ สามารถยื่นเสนอขอซื้อข้าวในสต็อกรัฐบาลได้ รวมไปถึงการขายข้าวเปลือก เพื่อให้ผู้ส่งออกนำไปทำข้าวนึ่ง แต่ราคาที่จำหน่าย ขอให้ยึดราคาตลาดเป็นหลัก
นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไปดำเนินการจัดทำแผนด้านการตลาดเพื่อส่งเสริมและเรียกความเชื่อมั่นให้กับข้าวไทย โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ข้าวหอมมะลิไทย เป็นสินค้าที่เป็นตัวแทนของประเทศไทย เมื่อต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย และนึกถึงของฝาก ก็ต้องนึกถึงข้าวหอมมะลิไทย และซื้อกลับไปเป็นของที่ระลึก เหมือนสินค้าโสมของเกาหลี ช็อกโกแลตชาเขียวของญี่ปุ่น ดอกกล้วยไม้ของเนเธอร์แลนด์ เป็นต้น
"พงษ์ลาภ" ชงระบาย 5 หมื่นตันต่อสัปดาห์
นายสมพงษ์ กิตติเรียงลาภ ประธานกรรมการบริษัท พงษ์ลาภ จำกัด ผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ กล่าวว่า อยากเสนอให้รัฐบาลระบายข้าวเก่าจากโครงการรับจำนำก่อนหน้านี้ ในรูปแบบการประมูลเป็นการทั่วไปสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยกำหนดให้แต่ละราย สามารถประมูลได้ไม่เกิน 5 หมื่นตัน และต้องจ่ายเงินค้ำประกันและรับมอบข้าวภายใน 2 เดือนนับจากวันทำสัญญา ซึ่งเชื่อว่าวิธีการนี้จะทำให้รัฐบาลระบายข้าวได้ราคาดีและไม่ทำให้ตลาดได้รับผลกระทบจนราคาลดลง
"การระบายปริมาณมากเกินไป จะต้องมีช่วงเวลาให้ผู้ซื้อรับมอบข้าวนาน ซึ่งจะเป็นการยืดเวลาชำระเงินออกไปอีก ทำให้เป็นช่องให้พวกที่ไม่ใช่ตัวจริงมาสวมรอยประมูลข้าวรัฐ และนำไปขายต่อในราคาที่สูงกว่า เพื่อทำกำไรจากส่วนต่าง ซึ่งการระบายจำนวนมากๆ จะไม่ได้ราคาดี แล้วก็เป็นช่องให้เกิดปัญหาตามมาอีกมาก"นายสมพงษ์ กล่าว
เชื่อข้าวขาวคุณภาพดีขายได้ 470 ดอลล์ต่อตัน
ทั้งนี้ ราคาข้าวที่คาดว่าจะระบายได้น่าจะอยู่ที่ต่ำกว่าตันละ 500 ดอลลาร์ ไปประมาณตันละ 20-30 ดอลลาร์ ในกรณีที่เป็นข้าวคุณภาพดี ซึ่งเชื่อว่าตลาดยังยอมรับได้ แม้จะยังสูงกว่าราคาคู่แข่งอย่างเวียดนาม ที่ขายราคาเฉลี่ยที่ตันละ 360 ดอลลาร์ (ข้าวขาว) โดยตลาดที่ยังน่าสนใจซื้อข้าวไทยอยู่คือ อินโดนีเซีย นำเข้าเฉลี่ยปีละ 1 ล้านตัน ตั้งแต่ต้นปียังไม่ได้นำเข้าข้าวเลย ขณะที่ ฟิลิปปินส์ มีการนำเข้าเฉลี่ยปริมาณไม่ต่างกัน แต่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นำเข้าไปแล้วประมาณ 2 แสนตัน สำหรับการกำหนดราคารับจำนำรอบใหม่ อยากให้อยู่ในระดับราคาข้าวเปลือกเจ้าที่ไม่เกินตันละ 10,000 บาท เพื่อให้การส่งออกสามารถแข่งขันได้ และเพิ่มการลดต้นทุนให้ชาวนาเพื่อให้ชาวนามีส่วนต่างกำไรมากขึ้น
อัดรัฐเรียกเฉพาะรายใหญ่ 2-3 ราย
แหล่งข่าวจากผู้ส่งออกข้าว กล่าวว่า หากรัฐบาลตั้งเป้าหมายระบายข้าวเดือนละ 1 ล้านตัน อาจทำได้แต่ต้องกำหนดราคาใกล้เคียงกับเวียดนาม คือ ตันละ 360 ดอลลาร์ สำหรับข้าวขาว ซึ่งจะทำให้รัฐบาลขาดทุนจำนวนมาก โดยคำนวณจากราคาข้าวเปลือกรับจำนำที่ตันละ 15,000 บาท คูณด้วย 1.5 เท่า เพื่อทำให้เป็นราคาข้าวสาร และบวกค่าบริหารจัดการ ตันละ 1,000 บาท เท่ากับตันละ 23,500 บาท คำนวณเป็นราคาส่งออก เอฟโอบีอยู่ที่ตันละ 783 ดอลลาร์
เท่ากับว่า รัฐจะขาดทุนตันละ 400 ดอลลาร์ หรือตันละ 12,000 บาท คูณปริมาณข้าว 3 ล้านตัน จากปริมาณทั้งหมด 10 ล้านตัน ก็จะทำให้รัฐบาลมีโอกาสขาดทุนจากการระบายครั้งนี้ประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท แต่รัฐจะประหยัดค่าดูแลรักษาข้าวไปได้ หลายพันล้านบาท
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกไม่เห็นด้วย กรณีกระทรวงพาณิชย์ได้เชิญผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ 2-3 รายเข้ามาหารือเรื่องการระบายข้าว โดยควรปรึกษาผู้ส่งออก ผ่านสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มากกว่าการเสนอเงื่อนไขการระบายให้เพียงผู้ส่งออกรายใหญ่บางรายเท่านั้น
โรงสีชงรับจำนำ 1.65 หมื่นต่อตัน
นายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมโรงสีข้าว กล่าวว่า ในการเข้าพบ รมว.พาณิชย์ จะเสนอให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไป โดยให้กำหนดราคาเพิ่มขึ้นอีก 10% จากราคารับจำนำเดิมคือข้าวเปลือกเจ้าตันละ 1.5 หมื่นบาท หรือทำให้มีราคาเพิ่มขึ้นเป็นตันละ 1.65 หมื่นบาท นอกจากนี้ จะสนับสนุนโครงการ Rice Trade Zone ให้เดินหน้าต่อไปเพื่อไม่ให้เวียดนามมีแต้มต่อมากกว่าไทยในการส่งออกข้าวเพราะเวียดนามสามารถนำเข้าราคาต่ำจากกัมพูชาไปส่งออกในราคาถูก ซึ่งเป็นการแย่งตลาดของไทย
"มีสินค้าอะไรที่ราคาลดลงบ้าง แต่ก่อนข้าวราคา 600 บาท ทองราคา 400 บาท ตอนนี้ ทองราคา 20,000 บาท ข้าวราคา 15,000 บาท สะท้อนว่าชาวนามีรายได้ลดลงต่อเนื่อง"นายชาญชัย กล่าว
ครม.ออก 7 ข้อป้องทุจริตจำนำ
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติรับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีมติปรับขึ้นราคาการรับจำนำข้าวเปลือกโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2555/56 ไป 1.5 หมื่นบาทต่อตัน ตามเดิม
ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณามาตรการป้องกันการทุจริต มีทั้งสิ้น 7 ข้อ คือ 1.เร่งรัดการตรวจสอบข้าวที่คลังกลางที่อยู่ระหว่างการรมยาซ้ำเป็นครั้งที่สองภายใน 30 วัน 2.กรณีที่ตรวจสอบพบการทำความผิด ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายทางแพ่งและอาญาโดยเด็ดขาด 3.มอบหมายให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) และ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จัดทำบัญชีแสดงความเคลื่อนไหวของข้าวจัดส่งประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชี
4.มอบหมายให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีปรับปรุงข้อมูลเพื่อปิดบัญชีโดยเร็วต่อไป 5.ให้อนุกรรมการระดับจังหวัดตรวจสอบและรายงานผลการรับจำนำข้าวเปลือกและสต็อก ให้ฝ่ายเลขานุการ กขช.ทราบภายในวันที่ 5 ของทุกเดือนเพื่อเสนอ ครม. ทราบในวันที่ 7 ของทุกเดือน 6.เห็นควรมอบหมายให้คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการรับจำนำข้าว นำปัญหาที่เกิดขึ้นและข้อกังวลของสังคมในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ไปปรับปรุงการรับจำนำ 7.มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลตรวจสอบข้าวเปลือกให้อยู่ในปริมาณไม่เกิน 2.9 ล้านตันข้าวเปลือก
"สุภา"ย้ำจำนำทุจริตทุกขั้นตอน
วานนี้ (2 ก.ค.) คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การพาณิชย์ และอุตสาหกรรม วุฒิสภา ได้พิจารณาเรื่องโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดยเชิญนางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว เข้าชี้แจงตัวเลขขาดทุนโครงการรวมถึงการทุจริตและแนวทางการระบายข้าวค้างสต็อกกว่า 18 ล้านตัน
นางสาวสุภา ยอมรับว่าการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดเกิดการทุจริตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจดทะเบียนเกษตรกร ที่แจ้งตัวเลขเกินความจริง โดยการสุ่มตรวจได้เพียง 10% เนื่องจากขาดกำลังคน รวมทั้งมีการนำข้าวเปลือกมาเวียนในโครงการ แก้ไขขั้นตอนการสีแปรข้าวใหม่เป็นต้องเก็บที่โรงสีประมาณ 50 วัน เพราะข้าวมีจำนวนมากเกินความสามารถในการสีแปรของโรงสี จึงมีมติให้รับข้าวได้ 50 เท่าของความสามารถของโรงสี
นางสาวสุภา กล่าวว่า ตัวเลขขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวใน 3 ฤดูกาลผลิต คือ ฤดูกาลผลิตปี 2554/55 ฤดูกาลผลิตปี 2555 และฤดูกาลผลิตปี 2555/56 เบื้องต้นตัวเลขขาดทุน 220,968 ล้านบาท หากรวมการดำเนินการถึงเดือนพ.ค. ตัวเลขการขาดทุนอาจจะมากกว่าที่ประมาณการจากฝ่ายต่างๆ ที่มีการปิดตัวเลขวันที่ 31 ม.ค. 2556 ใช้วงเงินกว่า 4.96 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลต้องจ่ายคืนให้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
อัดปิดบัญชีไม่ลง เหตุพาณิชย์อ้างขายข้าวลับ
"การคำนวณตัวเลขต้นทุนการขายข้าว ต้องใช้ราคาขายข้าวต่ำสุดกับสูงสุด จาก 7 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาคำนวณ เนื่องจากที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ไม่ได้แจ้งตัวเลขต้นทุน ซึ่ง อ.ต.ก. และ อคส. แจ้งบัญชีข้าวสารแปรรูป 24% จากที่ควรจะได้ข้าว 59-61% ทำให้ไม่สามารถคำนวณตัวเลขได้ จึงต้องรอตัวเลขจากหน่วยงานดังกล่าวอีกครั้ง"
ส่วนตัวเลขข้าวค้างสต็อกของรัฐบาล 11 ล้านตัน แต่ อ.ต.ก. และ อคส. ระบุว่ามีข้าวค้างสต็อก 18 ล้านตัน ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้ทวงถามตัวเลขการขายข้าวแล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์ชี้แจงว่าเป็นความลับ และมีผู้ทราบข้อเท็จจริงเพียง 3 คน คือ รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เท่านั้น ทำให้ไม่สามารถนำตัวเลขดังกล่าวมาคำนวณปิดบัญชี โดยเฉพาะสัญญาขายข้าว 10 ล้านตัน เป็นสัญญาขายข้าวให้กับส่วนใด
ธ.ก.ส.เผยขั้นตอนทุจริตจ่ายนักการเมือง
รายงานข่าวจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ระบุถึงมติ กขช. จำกัดวงเงินรับจำนำต่อรายไม่เกิน 5 แสนบาท จะลดปัญหาเรื่องการคอร์รัปชันที่เกิดจากชาวนา โรงสี และ นักการเมือง แม้ว่าปัจจุบันมีชาวนาจำนำและมีวงเงินต่อรายไม่เกิน 5 แสนบาท มีสัดส่วนเพียง 10% แต่การไม่จำกัดวงเงิน ทำให้เกิดปัญหาการทุจริตในโครงการ ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ที่โกงพื้นที่ปลูกข้าวนำส่วนเกินไปขายต่อให้โรงสี จากนั้นโรงสีก็นำข้าวที่ไม่มีสิทธิ เช่น นำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านมาสวมสิทธิ นำข้าวคุณภาพดีไปขาย นำข้าวคุณภาพต่ำมาเก็บแทน จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับ Surveyor ที่มาตรวจสอบคุณภาพข้าวในโกดัง
โรงสีต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับหน่วยงานรัฐและนักการเมือง เพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจสอบ ในอดีตนั้น จังหวัดที่พบปัญหาการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล คือ จังหวัดพิจิตร
ชาวนาฟัน 1 ล้านต่อราย 10%
"การไม่จำกัดวงเงินรับจำนำ ทำให้ชาวนาส่วนที่มีข้าวเปลือกมาจำนำ วงเงินเกิน 5 แสนบาท มีจำนวนประมาณ 10% ของชาวนาทั้งหมด แต่ต่อรายที่มาจำนำนั้น มีวงเงินเฉลี่ยระดับ 1 ล้านบาทขึ้นไป และมีรายที่เคยมาจำนำวงเงินสูงถึง 2 ล้านบาทก็มี ซึ่งเป็นชาวนาที่ทำนาเป็นหลัก 100 ไร่ ถือว่าเป็นเกษตรกรรายใหญ่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้" รายงานข่าวกล่าว
สำหรับข้าวนาปรังปี 2555/56 รัฐคาดว่าจะมีข้าวนาปรังเข้าโครงการที่ 7 ล้านตัน จนถึงปัจจุบันรับจำนำไปแล้ว 5 ล้านตัน ใช้เงินไปแล้วราว 7 หมื่นล้านบาท ยังเหลือประมาณ 2 ล้านตัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินราว 3 หมื่นล้านบาท









