วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บอร์ด'อสมท'เคาะซื้อพรีเมียร์ลีกฯ4ก.ค.นี้

บอร์ด อสมท ตั้งคณะทำงานเจรจาซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฯ ชงรูปแบบใหม่ ลดแรงกดดันสหภาพฯ จ่ายค่าลิขสิทธิ์ปีละ 70 ล้านบาท และแบ่งรายได้ร่วมกัน

หลังจาก สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ความกังวลถึงความคุ้มค่าในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 ฤดูกาล (2013-2016) ทางฟรีทีวี จากบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ในราคา 480 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 160 ล้านบาท สำหรับการถ่ายทอดสดฤดูกาลละ 17 แมทช์ โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. คณะกรรมการ บมจ. อสมท (บอร์ด อสมท) มีวาระประชุมเพื่อพิจารณาการซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฯ ดังกล่าว

นายสุธรรม แสงประทุม ประธานกรรมการ บมจ.อสมท เปิดเผยว่าที่ประชุมบอร์ด อสมท วานนี้มีมติให้จัดคณะทำงาน 4 คน ประกอบไปด้วย นายจักรพันธุ์ ยมจินดา รองประธานกรรมการ , นายสุรชัย โฆษิตเสรีวงค์ กรรมการ ,นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการ และนายธนะชัย วงศ์ทองศรี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เพื่อเจรจาเงื่อนไขเพิ่มเติมซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฯ กับซีทีเอช โดยบอร์ด อสมท จะพิจารณาลงมติการซื้อพรีเมียร์ลีกฯอีกครั้งในวันพฤหัสที่ 4 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ แนวทางการซื้อสิทธิพรีเมียร์ลีกฯ ที่บอร์ด อสมท กำลังพิจารณา มี 2 รูปแบบ คือ 1.การจ่ายค่าลิขสิทธิ์รายปี ปีละ 165 ล้านบาท ต่อเนื่อง3 ปีของการซื้อลิขสิทธิ์ หรือรวม 495 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายโฆษณาและจัดกิจกรรมเป็นของ อสมท ทั้งหมด และ 2.จ่ายค่าลิขสิทธิ์ปีละ 70 ล้านบาท แบ่งรายได้ (revenue sharing) จากการขายโฆษณาและจัดกิจกรรมให้ อสมท 65% ซีทีเอช 35% โดยสิทธิถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี ช่อง 9 รวม17 แมทช์ ต่อฤดูกาล การแข่งขัน 1 แมทช์โฆษณาได้ 6 นาที และสิทธิการถ่ายทอดสดทางวิทยุเพื่อจัดกิจกรรมทั่วประเทศ

“บอร์ด อสมท สนใจการซื้อลิขสิทธิ์รูปแบบที่สอง คือจ่ายค่าลิขสิทธิ์ปีละ 70 ล้านบาท และแบ่งรายได้จากการบริการลิขสิทธิ์ร่วมกัน เพราะช่วยแบ่งเบาภาระการจ่ายเงินรายปี และลดแรงกดดันจากสหภาพแรงงานฯ" นายสุธรรม กล่าว

พร้อมกันนี้ บอร์ด อสมท มอบหมายให้คณะทำงาน ไปเจรจาต่อรองเลือกคู่แข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฯ ที่จะมาถ่ายทอดสดทางช่อง 9 โดยจะเจรจาต่อรองเลือกคู่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นอกจากนี้ให้เปรียบเทียบโอกาสการทำรายได้ ระหว่างผังรายการเดิม และการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกฯ ด้วยว่ามีโอกาสการทำรายได้แตกต่างกันอย่างไร โดยคณะทำงานจะนำเสนอข้อมูลการเจรจาและโอกาสทางธุรกิจในการประชุมบอร์ด อสมท วันที่ 4 ก.ค.นี้

"วันที่ 4 ก.ค.นี้ บอร์ด อสมท จะมีมติในการตัดสินใจว่าจะซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฯ หรือไม่ และหากซื้อ จะซื้อในรูปแบบใด หลังจากนั้นจะเซ็นสัญญากับซีทีเอช ภายในเดือน ก.ค.นี้" นายสุธรรม กล่าว

"สุธรรม"มั่นใจพรีเมียร์ลีกฯ"กำไร"
นายสุธรรม กล่าวว่าจากแถลงการณ์ของสหภาพแรงงานฯ ที่กังวลเรื่องความคุ้มค่าและโอกาสการทำกำไรในลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฯ และประเด็นการขายโฆษณาให้ลูกค้ารายใหม่ หรือรายเก่า ที่อาจจะกระทบกับรายได้ของ อสมท ทั้งนี้ จากการทดลองขายแพ็คเกจโฆษณา (pre sale) กับสปอนเซอร์ที่สนใจ พบว่าทำรายได้ราว 248 ล้านบาทในปีแรก หรือคิดเป็นกำไรราว 30-40 ล้านบาท โดยสปอนเซอร์เป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าเดิมของ อสมท ที่เคยใช้งบประมาณโฆษณาทางช่อง 9 และเชื่อว่าการทำตลาดพรีเมียร์ลีกฯ ในฤดูกาลที่ 2 และ 3 ที่มีเวลาในการขายล่วงหน้ามากขึ้น จะมีโอกาสทำรายได้มากขึ้น เชื่อว่าการซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฯ จะทำกำไรให้ อสมท แน่นอน

กระบวนการในการพิจารณาซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฯ ครั้งนี้ ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดย นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แต่เนื่องจากเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูงเกินกว่าอำนาจของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ในการพิจารณาอนุมัติ จึงเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของบอร์ด อสมท

อย่างไรก็ตามระหว่างการเจรจาซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกฯ ตั้งแต่เดือน มี.ค.ถึงปัจจุบัน อสมท ได้ขอเพิ่มสิทธิต่างๆ จากซีทีเอช มาโดยตลอด เริ่มต้นจากรูปแบบแบ่งรายได้ โดยอสมท ได้ 4 นาทีครึ่งต่อแมทช์ เพิ่มเป็น 6 นาทีต่อแมทช์ เพิ่มสิทธิการจัดกิจกรรมทั่วประเทศ เป็นต้น

“ซีทีเอช”ปรับเงื่อนไขพรีเมียร์ลีกฯ
นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัทซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการบริหารลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกฯ มีเงื่อนไขต้องถ่ายทอดสดทาง “ฟรีทีวี” อย่างน้อย 17 แมทช์ต่อฤดูกาล ซีทีเอช ได้เจรจากับ อสมท เพื่อถ่ายทอดสดทางช่อง 9 ทั้งนี้ การบริหารลิขสิทธิ์ทางฟรีทีวี มีการเจรจาหลายรูปแบบ ทั้งการขายสิทธิ 3 ปี หรือการบริหารในรูปแบบแบ่งเวลาขายโฆษณาร่วมกัน ขณะนี้ยังไม่สรุปว่าเป็นรูปแบบใด

“อสมท ในฐานะผู้ซื้อสิทธิทางฟรีทีวี จะเป็นผู้เสนอรูปแบบการบริหารมาทางซีทีเอช โดยซีทีเอช พร้อมจะเจรจาในทุกรูปแบบ ทั้งการซื้อสิทธิ และแบ่งรายได้ร่วมกัน และยังคงเจรจากับ อสมท เป็นหลัก โดยไม่มีการเจรจากับฟรีทีวี ช่องอื่นๆ ในขณะนี้” นายวิชัย กล่าว

ทั้งนี้ แนวทางที่ อสมท ได้พิจารณาไปก่อนหน้านี้ คือการซื้อสิทธิพรีเมียร์ลีกฯ ทางฟรีทีวี 3 ปี เพื่อไปบริหารเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการเสริมคอนเทนท์ระดับโลก ในผังรายการหวังเพิ่มเรทติ้งผู้ชม และแข่งขันกับฟรีทีวี ช่องอื่นๆ จากการพรี เซลส์ ขายแพ็คเกจพรีเมียร์ลีกฯ ของอสมท ซึ่งทีมการตลาดของ ซีทีเอช ได้เข้าไปช่วยทำตลาดด้วย พบว่ามีสปอนเซอร์สนใจสนับสนุนในปีแรก 270 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมค่าลิขสิทธิ์ปีละ 160 ล้านบาท ที่มีการเจรจากับซีทีเอช ก่อนหน้านี้

นายวิชัย กล่าวอีกว่าแนวทางการบริหารพรีเมียร์ลีกฯ ของซีทีเอช รายได้หลักอยู่ที่สมาชิกเพย์ทีวี ซึ่งเข้าถึงฐานผู้ชมในตลาดแมสอยู่แล้ว ส่วนช่องทางฟรีทีวี ไม่ถือว่าเป็นรายได้หลักของซีทีเอช ดังนั้นพร้อมเจรจากับ อสมท ทุกเงื่อนไขเพื่อร่วมกันบริหารสิทธิพรีเมียร์ลีกฯ ทางฟรีทีวี สำหรับรูปแบบการบริหารสิทธิพรีเมียร์ลีกฯ ทางฟรีทีวี ก่อนหน้านี้ ซึ่งแตกต่างจากการบริหารซีทีเอช ถือเป็นยุทธศาสตร์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ในแต่ละปี เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายและแผนธุรกิจที่แตกต่างกัน