วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

4แบงก์ใหญ่คว้าเงินกู้น้ำ3.4แสนล้าน

สบน.ลงนามเงินกู้บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านกับ 4 สถาบันการเงิน อายุเงินกู้ 1 ปี ดอกเบี้ย 3.8% เผยออมสินได้มากสุด 50% ของวงเงิน

นางสาวจุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า สบน.ลงนามสัญญาเงินกู้เพื่อการลงทุนบริหารจัดการน้ำตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินกับสถาบันการเงินเต็มทั้งจำนวน 3.5 แสนล้านบาท เมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.)

ตามพระราชกำหนดดังกล่าว กำหนดให้กระทรวงการคลังต้องกู้เงินภายในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ในขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแผนเงินกู้ตามที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา วงเงิน 304,000 ล้านบาท โดยได้ต่อรองราคาจนได้กลุ่มบริษัทที่จะเข้ามาดำเนินการออกแบบและก่อสร้างระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน 9 โครงการหรือโมดูลแล้ว

ทั้งนี้ สถาบันการเงิน 4 แห่งที่ชนะการประมูลวงเงินกู้ครั้งนี้ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารออมสินเป็นผู้ชนะวงเงินในการประมูลจำนวนมากที่สุดหรือ 50% ของวงเงินกู้ ส่วนที่เหลือจะมาจากสถาบันการเงิน 3 แห่ง

สำหรับอายุของเงินกู้จะอยู่ที่ 1 ปี นับจากวันที่มีการเบิกจ่าย ส่วนอัตราดอกเบี้ยจะเฉลี่ยที่ 3.8% ต่อปี โดยมีระยะเวลาเบิกจ่าย 5 ปี

นางสาวจุฬารัตน์กล่าวว่าการเบิกจ่ายเงินกู้ดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับงวดงานของการลงทุน ซึ่งขณะนี้ทางสำนักงบประมาณได้ส่งรายละเอียดให้แก่สบน.แล้ว โดยระยะแรกของการเบิกจ่ายเงินกู้นั้น จะมีจำนวนเงินไม่มากนัก แต่จะมีจำนวนที่มากขึ้นในช่วงกลางและท้ายของการลงทุน ทั้งนี้ การลงทุนและระยะเวลาการเบิกจ่ายจะอยู่ภายในปี 2561

"แต่ละสัญญาที่เราเซ็นกู้ไปนั้นจะบอกเลยว่า เราจะเบิกจ่ายในช่วงปีใด ฉะนั้น แบงก์เขาก็จะรู้เวลาและเตรียมเม็ดเงินไว้ให้เรา โดยต้นทุนเงินกู้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราได้มีการเบิกจ่ายเงิน"

ที่ผ่านมา สบน.ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินกู้ดังกล่าวไปแล้วจำนวนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

สำหรับวงเงิน 10,000 ล้านบาท แยกเป็น 4 แผนงาน คือ 1.แผนงานพัฒนาภาคการเกษตรและบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพปี 2556-2559 วงเงิน 3,610 ล้านบาท 2.แผนงานพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2556-2561 วงเงิน 4,770 ล้านบาท 3.แผนงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อตอบสนองทิศทางการพัฒนาโลกปี 2556-2559 วงเงิน 870 ล้านบาท และ 4.แผนงานวิจัยเชิงปฏิบัติเพื่ออนาคตประเทศปี 2556-2558 วงเงิน 750 ล้านบาท

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า กระทรวงการคลังเองก็มีความเป็นห่วงเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินกู้ดังกล่าวที่อาจล่าช้า หรือ อาจจะไม่มีการเบิกจ่ายในบางสัญญา เพราะอาจเกิดข้อติดขัดที่ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ ซึ่งจะส่งผลต่อเงินกู้ที่ได้ลงนามไว้ แม้ว่า ในสัญญาจะไม่ได้มีการระบุถึงค่าปรับกรณีที่ไม่มีการเบิกจ่ายเงินก็ตาม แต่ก็จะส่งผลต่อสถาบันการเงินที่ต้องเตรียมสภาพคล่องไว้สำหรับโครงการดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ทาง สบน.ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลสัญญากู้เงินดังกล่าว จะต้องแจ้งต่อสถาบันการเงินที่ชนะการประมูลเงินกู้ดังกล่าวเป็นเวลาล่วงหน้าก่อนที่จะมีหรือไม่มีการเบิกจ่ายเงิน เพื่อให้สถาบันการเงินได้เตรียมการรองรับ

ทั้งนี้ ผู้บริหารกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ได้ทำหน้าที่เกาะติดโครงการลงทุนดังกล่าว เพื่อให้การลงทุนและการเบิกจ่ายเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด

ในช่วงปลายเดือนมิ.ย. นี้ สำนักนโยบายบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) เป็นจัดเวทีทำความเข้าใจกับภาคประชาชนตั้งแต่ ต้นน้ำ ถึงปลายน้ำ เกี่ยวกับการทำโครงการ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ โดยจะมีเวลาการจัดเวที 3 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่รอขั้นตอนการเซ็นสัญญากับภาคเอกชน