ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ จากความกังวลต่อการชะลอ QE
NIKKEI 13,062.78 -1.3%
ปรับตัวลง เนื่องจาก
1.ความกังวลต่อภาวะการขาดสภาพคล่องในระบบการเงินของจีน และความกังวลต่อเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง จากการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนของ Goldman Sachs Group ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจที่มีรายรับหลักจากการดำเนินธุรกิจกับประเทศจีนปรับตัวลงแรง นำโดย Daikin Industries Ltd. -6.6%, Fanuc Corp. 2.3% และ Sojitz Corp. -1.2%
2.กลุ่มธุรกิจส่งออกปรับตัวลง Panasonic Corp. -1.9% แม้ว่าเงินเยนเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ จะปรับตัวอ่อนค่าลงเป็นวันที่ 6 เช่นเดียวกับ Nissan Motor -3.4%, Toyota Motor Corp. -1.5%
3.ขณะที่ Acom Co. ปรับตัวขึ้น +3.2% หลังจากประกาศแตกพาร์ในอัตรา 10:1
HANG SENG19,813.98 -2.2%
ปรับตัวลงแรง เนื่องจาก
1.กลุ่มธุรกิจธนาคารปรับตัวลง จากความกังวลในสภาวะการขาดสภาพคล่องของระบบการเงิน และปรับตัวลงของประมาณการเศรษฐกิจของจีน นำโดย Agriculture Bank of China Ltd. ธนาคารใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ -2.9% และ Industrial & Commercial Bank of China Ltd.–3.0%
2.โอกาสการชะลอ QE ของเฟด ส่งผลให้กลุ่มบริษัทที่มีรายรับหลักจากการส่งออกไปสหรัฐฯ ปรับตัวลง Techtronic Industries Co. -5.8%, Li & Fung Ltd. -2.1% และMan Wah Holding Ltd. -4.6%
3.Cnooc Ltd. ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของจีน ปรับตัวลงกว่า -3.0% หลังจากราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯปรับตัวลดลงกว่า -1.5% ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน
4.Belle International Holding Ltd. ปรับตัวลงแรงกว่า -7.3% หลังจาก BNP ปรับความเห็นลดลง เนื่องด้วยยอดขายที่อาจเติบโตลดลงกว่า 4% จากสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย และการแข่งขันซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตที่สูงขึ้น
SHANGHAI 1,963.24 -5.3%
ปรับตัวลงมากสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจาก
1.หลังธนาคารกลางส่งสัญญาณจะยังคงจำกัดการปล่อยกู้ พร้อมระบุว่าเป็นสภาพคล่องที่เหมาะสมกับระบบการเงิน กอปรกับ Goldman Sachs ระบุภาวะตึงตัวในตลาดเงิน ส่งผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ China Minsheng Banking Corp. และ Ping An Bank -10.0%
2.กลุ่มอสังหาฯปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ต่อผลกระทบทางอ้อมของสภาพคล่องที่ตึงตัว อาจกระทบต่อกลุ่มอสังหาฯ China Vanke Co. ผู้พัฒนาอสังหาฯรายใหญ่ที่สุด -8.8% ในขณะที่คู่แข่งอย่าง Poly Real Estate -10.0%
3.Jiangxi Copper Co. -8.2% ปรับตัวลงมากสุดนับตั้งแต่ปี 2553 หลัง Goldman Sachs ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจจีนปี 2556 ลง อยู่ที่ 7.4% จากเดิมที่ 7.8%
SET 1,364.09 -2.6%
ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลุด 1,380 จุด เนื่องจาก
1.ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ จากความกังวลต่อการชะลอ QE ที่ยังคงกดดันสินทรัพย์ทุกประเภท รวมถึงความกังวลต่อเศรษฐกิจไทยใน 2H56 และความเสี่ยงต่อสภาพคล่องในระบบการเงินของจีน
2.กลุ่มหลักอย่างปิโตรเคมีปรับตัวถึง 4.1% นำโดย IVL -4.6%, PTTGC -4.3% ตามมาด้วยกลุ่มพลังงาน -3.7% TOP -4.2%, PTTEP -4.1%, PTT -3.6% และกลุ่มอสังหาฯ -3.2% SIRI -8.4%, QH -8.1%, PS -6.6%
3.HYDRO +10.0% ปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด ส่วน UAC -1.3% และ หลังการแจ้งตลาดฯการวมกิจการ ในอัตราแลกหุ้นที่ 1 UAC : 1 HYDRO
---------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ






