ประเมินว่าตลาดหุ้นเอเชียยังมีความเสี่ยงขาลงในช่วงไตรมาส 3/56
เนื่องจากการคาดการณ์อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นเป็น 2.5-3.0% โดยอัตราผลตอบแทนดังกล่าวได้ขยับขึ้นมาแล้วจากระดับต่ำสุดของรอบนี้ที่ 1.6% มาเป็นประมาณ 2.4% ในปัจจุบัน ส่วนการชะลอโครงการซื้อสินทรัพย์ของเฟด นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเริ่มตั้งแต่ปลายไตรมาส 3/56 หรือต้นไตรมาส 4/56 และมีโอกาสที่จะยุติได้ในกลางปี 2557 เพราะตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาแข็งแกร่งขึ้นในช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.2556 ซึ่งการคาดการณ์อัตราผลตอบแทนในตลาดเงินสูงขึ้นและการชะลอ QE ทำให้นักลงทุนปรับลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกันทั่วโลก
ตลาดหุ้นไทยผันผวนมากขึ้น เห็นได้จาก 20-day Volatility ของ SET ที่เพิ่มขึ้นจาก 19.8% ในวันที่ 10 มิ.ย.56 เป็น 34.3% ในวันที่ 21 มิ.ย.56 ยังผลให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนส่วนที่เหนืออัตราผลตอบแทนที่ไม่มีความเสี่ยง (Equity Risk Premium : ERP) ปรับขึ้นจาก 3.13% เป็น 3.71% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งความ Volatility และ ERP ที่เพิ่มขึ้นเป็นตัวลดทอนมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นและดัชนี
คาดว่านักวิเคราะห์จะมีการปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิและราคาเป้าหมายของบจ.ในช่วงทำ Preview ผลประกอบการไตรมาส 2/56 ในเดือนก.ค.นี้ เพื่อสะท้อนการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในส่วนของการบริโภคและการลงทุนที่เติบโตในอัตราที่น้อยลง เห็นได้จากตัวเลขในไตรมาส 1/56 ที่ออกมาแย่กว่าคาด การส่งออกฟื้นตัวช้า โดยคำสั่งซื้อสำหรับไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วง High season ของธุรกิจในปีนี้ไม่ดีมากนัก รวมทั้งธุรกิจส่งออกถูกกระทบจากการแกว่งขึ้น-ลงที่รวดเร็วของค่าเงินบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากกระแสการเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ นอกจากนั้นความเสี่ยงในตลาด (Market Risk) ที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้ Valuation ของหุ้นลดลงด้วย DBS Vickers ปรับเป้าหมาย SET Index ปี 2556 เป็น 1500 จุด (Equity Risk Premium 4%, EPS Growth ของหุ้น Large & Mid-Small Cap 20%) หรือเทียบเท่ากับ Forward P/E ปีนี้ที่ 13 เท่า
กลยุทธ์การลงทุน : Balance in Growth and Value การอ่อนตัวของราคาหลักทรัพย์เป็นโอกาสดีในการเลือกซื้อลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคง แนวโน้มเติบโตดีในระยะยาว และมี Valuation ไม่แพง โดยกลุ่มที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า, น้ำประปา, ทางด่วน, รถไฟฟ้า), ธนาคารพาณิชย์, สื่อสาร, อสังหาริมทรัพย์, ท่องเที่ยว & โรงแรม หุ้นเด่นในกลุ่มดังกล่าวที่น่าสนใจเลือกซื้อลงทุนระยะกลาง-ยาว ได้แก่ EGCO, RATCH, BTS, BBL, KTB, KBANK, BAY, ADVANC, DTAC, INTUCH, QH, STEC, AMATA, MINT เป็นต้น









