ปตท.เตรียมงบลงทุนอีกหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ รุกธุรกิจโรงไฟฟ้าและโรงกลุ่มน้ำมันในพม่า
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการลงทุนของกลุ่ม ปตท.ในพม่าว่า ปตท.ยังมองโอกาสการลงทุนในพม่าอีกมาก โดย ปตท.มีการหารือกันทุกกลุ่มธุรกิจว่าจะเริ่มเข้าไปทำธุรกิจในพม่ามากขึ้น ไม่เฉพาะกลุ่มธุรกิจต้นน้ำ(Upstream)เท่านั้น เช่น ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น ซึ่งได้เริ่มทำตลาดในพม่าแล้ว และได้รับการตอบรับดีมาก ซึ่งจะมีการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังอยู่ในช่วงการก่อสร้างสถานีบริการน้ำมันระดับมาตรฐานเหมือนที่ ปตท.ได้ไปเปิดในประเทศลาวมาแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ และจะเป็นครั้งแรกในพม่าที่ ปตท.จะทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมันแบบมาตรฐาน โดยก่อสร้างอยู่บนถนนไฮเวย์ระหว่างเมืองย่างกุ้งไปเมืองเนปิดอว์
พร้อมกันนี้ ยังมองธุรกิจการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในพม่า เนื่องจากพม่าขาดแคลนไฟฟ้าจำนวนมาก และกำลังมีการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะทำให้มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น รวมทั้งทำการศึกษาการเพิ่มศักยภาพโรงกลั่นน้ำมันในพม่า ซึ่งมีขนาดเล็กที่มีอยู่หลายโรงในปัจจุบันว่าจะสามารถพัฒนาปรับปรุงให้เป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ หรือเป็นโรงกลั่นที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้หรือไม่
ส่วน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (PTTEP)เองก็มีแผนที่จะสำรวจแหล่งปิโตรเลียมบนบกที่ได้รับสัมปทานจากพม่าในเร็วๆ นี้อีกด้วย เมื่อการลงทุนทางด้าน Upstream ที่ลงทุนไปมีความก้าวหน้า ประกอบกับการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่ ปตท.วางแผนการลงทุนในอนาคตที่กล่าวมา คาดว่า ปตท.จะลงทุนเพิ่มในพม่าอีกหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม พื้นที่เป้าหมายการลงทุนของ ปตท.มีหลายพื้นที่ แต่พื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของพม่าจะอยู่บริเวณลุ่มน้ำอิระวดี ประมาณ 70% ซึ่ง ปตท.จะเน้นการเข้าไปลงทุนในพื้นที่นี้เป็นพิเศษ
ทั้งนี้ พม่าถือเป็นประเทศหลักและเป็นยุทธศาสตร์หลักในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมา ปตท.สผ.ได้ลงทุนด้านการขุดเจาะ สำรวจ และพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมมากกว่า 20 ปีแล้ว และ ปตท.เป็นผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติรายเดียวจากแหล่งยาดานา และเยตากุนในพม่า และเร็วๆ นี้จะมีแหล่งปิโตรเลียมที่ 3 คือ ซอติก้า (Zawtika) ที่ ปตท.สผ.เป็นผู้พัฒนาจะเริ่มผลิตและส่งก๊าซฯ กลับเข้ามาประเทศไทย
"ที่ผ่านมา ปตท.สผ.ได้ลงทุนในพม่าแล้วหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ" นายไพรินทร์ กล่าว









