"ซีทีเอช" โหมลิขสิทธิ์ "พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" ขายสิทธิ อสมท 3 ฤดูกาล 480 ล้านบาท จับมือ ลาวสตาร์ ทำตลาดลาว เจรจาบริหารสิทธิในกัมพูชา
บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ได้เปิดตัวออกอากาศแพลตฟอร์ม “ซีทีเอช” บรอดแบนด์เพย์ทีวีอย่างเป็นทางการวันที่ 20 มิ.ย.นำเสนอ 140 ช่องรายการ รวม 31 ช่องเอชดี และ 6 ช่องพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งเป็นผู้บริหารลิขสิทธิ์ 3 ฤดูกาล ระหว่างปี 2013-2016 ในประเทศไทย ลาว และกัมพูชา
นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าปัจจุบันได้ลงทุนในแพลตฟอร์มซีทีเอช ไปแล้วกว่า 16,000 ล้านบาท เป็นเงินกู้ภายใต้แผนลงทุนวางโครงข่ายไฟเบอร์ออปติคทั่วประเทศ 30,000 ล้านบาท ในช่วง 3 ปี
การลงทุนสำคัญ คือ การซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขัน “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ” 3 ฤดูกาล ระหว่างปี 2013-2016 มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะบริหารลิขสิทธิ์ให้มีกำไรได้ภายใน 3 ปี ปัจจุบันมีผู้สนับสนุนหลักพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล มูลค่า 5,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ จะมีรายได้จากฐานสมาชิกแพ็คเกจหลัก 899 บาทต่อเดือน โดยวางเป้าหมาย 3 ล้านรายสิ้นปีนี้ และมีรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกในประเทศลาวและกัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในการบริหารลิขสิทธิ์ คาดว่าจะทำรายได้ “หลายร้อยล้านบาท”
“การบริหารแพลตฟอร์มเพย์ทีวี ซีทีเอช วางเป้าหมายทำรายได้ และสร้างกำไรต่อเนื่องช่วง 3 ปีจากนี้ เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ” นายวิชัย กล่าว
จับมือ"ลาวสตาร์"บริหารพรีเมียร์ลีก
นายกฤษณัน งามผาติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก ที่ ซีทีเอช ได้รับสิทธิในลาว และกัมพูชานั้น ในส่วนของลาวจะร่วมมือเป็นพันธมิตรกับ "ลาวสตาร์" ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ (ฟรีทีวี) ในลาว ด้านการบริหารพรีเมียร์ลีก อยู่ระหว่างเจรจารูปแบบทำธุรกิจร่วมกัน ทั้งการขายสิทธิ และการบริหารสิทธิเพื่อแบ่งรายได้ร่วมกัน เช่นเดียวกัมพูชา ที่อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการในธุรกิจบรอดแคสติ้ง
ขณะนี้ทีมบริหาร ซีทีเอช อยู่ระหว่างการศึกษาตลาดทั้งในลาวและกัมพูชา รวมทั้งรูปแบบและแพลตฟอร์มการรับชมทีวีของผู้ชมทั้งสองประเทศ เพื่อกำหนดรูปแบบการบริหารสิทธิพรีเมียร์ลีกร่วมกัน คาดว่าจะสรุปแผนงานก่อนเดือนส.ค. นี้ ที่จะเปิดฤดูกาลแข่งขันพรีเมียร์ลีก
ทางด้านการขายสิทธิถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก ทางฟรีทีวีอย่างน้อย 17 แมทช์ต่อฤดูกาล จะให้สิทธิกับฟรีทีวี 1 ช่อง ซึ่งจะเซ็นสัญญาขายสิทธิเดือนก.ค. นี้
ส่วนการทำตลาดแพ็คเกจ ซีทีเอช ซึ่งเปิดตัวแพ็คเกจเดียว 899 บาท รับชม 140 ช่อง รับชมพรีเมียร์ลีก 6 ช่อง ครบ 380 แมทช์ ขณะนี้ได้ทยอยอัพเกรดสมาชิกระบบเคเบิลทั่วประเทศไปแล้ว 2 แสนราย จากเป้าหมายสิ้นปีนี้ 2 ล้านราย ส่วนระบบจานและกล่องรับสัญญาณ (set top box) ได้เริ่มทยอยติดตั้งในเดือนมิ.ย. เป็นต้นไป คาดมีสมาชิก 1 ล้านราย รวมฐานสมาชิกทั้ง 2 ระบบที่ 3 ล้านรายในสิ้นปีนี้
“อสมท”แจงพรีเมียร์ลีกฯ ทำ“กำไร”
นายสุธรรม แสงประทุม ประธานกรรมการบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าววว่า อสมท ได้ศึกษาเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล จาก ซีทีเอช ทางช่อง 9 มูลค่า 480 ล้านบาท เฉลี่ยปีละ 160 ล้านบาท เชื่อว่าเป็นคอนเทนท์กีฬาที่มีศักยภาพสร้างเรทติ้งผู้ชม และทำกำไรได้
ทั้งนี้ ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกที่ อสมท ได้รับ เป็นการถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี ช่อง 9 อย่างน้อย 17 แมทช์ต่อฤดูกาล ยังได้สิทธิการถ่ายทอดสดทางวิทยุ และการจัดกิจกรรมทั่วประเทศ โดยคณะกรรมการ (บอร์ด อสมท) จะประชุมพิจารณาการซื้อลิขสิทธิ์ จาก ซีทีเอช ในวันที่ 25 มิ.ย. นี้
ด้านแหล่งข่าว จาก บมจ.อสมท กล่าวว่า จากการศึกษาการทำตลาดลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก โดยฝ่ายการตลาดได้สำรวจความสนใจจากเอเยนซี และลูกค้า พบว่าให้ความสนใจเป็นสปอนเซอร์ พรีเมียร์ลีก ร่วมกับ อสมท โดย อสมท วางแผนขายแพ็คเกจราคาแพ็คเกจละ 50 ล้านบาท ได้สิทธิโฆษณาทางฟรีทีวี ช่อง 9 สื่อวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม 99.0 และการจัดกิจกรรมทั่วประเทศ คาดช่วง 3 ปีของการทำตลาดพรีเมียร์ลีก จะทำรายได้ให้ อสมท รวม 1,000 ล้านบาท
สหภาพฯจี้บอร์ดแจงซื้อสิทธิ "ซีทีเอช"
นายสุวิทย์ มิ่งมล รักษาการคณะกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อสมท ได้ออกแถลงการณ์ กรณีที่ อสมท จะทำสัญญาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกับซีทีเอช ซึ่ง สหภาพฯ มีข้อสังเกตและความกังวล 3 ประการ คือ 1.ตามสัญญาที่ ซีทีเอช ทำกับเจ้าของลิขสิทธิ์ สหภาพฯ ทราบว่า มีข้อกำหนดที่ต้องถ่ายทอดสดทางฟรีทีวี นอกเหนือจากโทรทัศน์ดาวเทียม และก่อนที่จะเจรจากับ อสมท ทาง ซีทีเอช ได้เจรจากับฟรีทีวี ช่องอื่นมาก่อน แต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะว่าราคาลิขสิทธิ์ค่อนข้างสูง สหภาพฯ จึงตั้งข้อสังเกต เหตุใด อสมท ต้องรับมาถ่ายทอดสดและไม่มีการต่อรองราคา
2.สัญญาที่ อสมท จะทำกับ ซีทีเอช ครอบคลุม 3 ปี แต่จากการยืนยันของฝ่ายบริหาร ระบุว่า การขายโฆษณาครอบคลุมค่าใช้จ่าย จะมีกำไรปีแรกเท่านั้น แต่อีก 2 ปียังไม่มีรูปธรรมใดๆ ในการทำตลาด และ 3.เม็ดเงินที่หน่วยงาน หรือ บริษัทเอกชน จะนำมาสนับสนุน อสมท กับกิจกรรมถ่ายทอด เป็นเม็ดเงินก้อนใหม่จริงหรือไม่ หรือเป็นการโยกเงินจากเดิมที่หน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ จะนำมาสนับสนุนกิจกรรมอื่น ของ อสมท อยู่แล้ว จึงต้องการให้บอร์ด อสมท ชี้แจงก่อนทำสัญญากับซีทีเอช








