วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก.พ.ติวเข้มอาเซียนศึกษา

ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงาน ก.พ. ที่มุ่งเน้นพัฒนาข้าราชการไทย ด้วยหลัก 3 ด้าน

สมรรถนะ (Competency) การพัฒนาขีดความสามารถ (Capability) และการสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ปฏิบัติงาน (Knowledge Worker) เพื่อให้ข้าราชการไทยยุคใหม่ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะจังหวะของการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (Asean Community) ที่เป็นตัวเร่งชั้นดีให้บุคลากรในระบบราชการไทยต้องตื่นตัว
โครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงอาเซียน (ASEAN Executive Management Programme) หนึ่งในหลายๆ เครื่องมือการเสริมสร้างศักยภาพข้าราชการไทยที่ สำนักงาน ก.พ. นำมาใช้กับระดับกลุ่มผู้บริหาร ในระดับปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และอธิบดี กรมยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน โดยงานนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 5 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย สำนักงาน ก.พ. โดยความร่วมมือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ และสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันพัฒนากรอบความรู้ที่บิ๊กข้าราชการไทยต้องเร่ง "ตระหนักรู้"
"แม้จะมีการพูดถึงกันเยอะเรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 แต่จะว่าไปแล้ว เรายังไม่เดินเข้าสู่หลักกิโลที่ศูนย์เลย" นนทิกร กาญจนะจิตรา เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงาน ก.พ. ขยายความในความเห็นดังกล่าวว่า จากกรอบความร่วมมือที่พูดถึงกัน แต่ในทางปฎิบัติส่วนใหญ่ยังไม่เริ่มต้น จากนี้ไปก็นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะผลักดันความร่วมมือต่างๆ ให้เกิดขึ้น
ภายใต้กรอบความร่วมมือ การผ่อนคลายกฎระเบียบทางการค้า และอื่นๆ ที่เป็นได้ทั้ง "ข้อจำกัด" และ "โอกาส" ของไทย จึงเป็นที่มาของการเริ่มต้นวางกรอบ และพัฒนาโครงการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงอาเซียนขึ้น เพื่อเป้าหมายพัฒนานักบริหารให้เกิดการตระหนักรู้เกี่ยวกับอาเซียน
ทั้งเสริมสร้างความรู้ มุมมองทัศนคติใหม่ๆ และความเข้าใจเชิงลึก (Knowledge & Insight) เกี่ยวกับ 10 ประเทศอาเซียน เพื่อตอบสนองบริบทการเปลี่ยนแปลงไป
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อมุมมอง และการกำหนดทิศทางที่เป็นจุดยืนร่วมกันบนผลประโยชน์ของประเทศ (National Interest) และผลประโยชน์ร่วมของอาเซียน (Collective Interest) อย่างมีการบูรณาการและรอบด้าน
สุดท้าย มองในประเด็นของการสร้างเครือข่ายระหว่างผู้บริหารระดับสูงของอาเซียน เพื่อการต่อยอดความร่วมมือในสาขาต่างๆ
การติวเข้มเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับบิ๊กข้าราชการไทย และอีกส่วนเป็นผู้นำในองค์กรสำคัญๆ ภายใต้โปรแกรมอบรมดังกล่าวเริ่มต้นไปแล้วหนึ่งรุ่น เลขาธิการ สำนักงาน ก.พ.บอกว่า จากโครงสร้างของหลักสูตรที่ครอบคลุมใน 5 หัวข้อ (Module) หลัก ได้แก่ แรงขับเคลื่อนและแนวโน้มทิศทางของโลก ภูมิทัศน์ของภูมิภาคอาเซียน วาระของชาติ ทักษะการสร้างความร่วมมือและการรวมกลุ่ม และ การศึกษาดูงานประเทศอาเซียน จะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงที่เข้าฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจถึงสถานการณ์และบริบทการเปลี่ยนแปลงของโลก ในทุกๆ มิติ ทั้งในเชิงโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ (New Set of Threats and Opportunities) ที่จะส่งผลกระทบต่อความร่วมมือของอาเซียน และการกำหนดประเด็นเชิงยุทธศาสตร์
"ในเรื่องของความพร้อม เชื่อว่าผู้บริหารระดับสูง (ปลัดกระทรวง,ผู้ว่าฯ) รู้เกี่ยวกับอาเซียนอยู่แล้วแต่อาจรู้กันไปในหลายมิติ เมื่อเข้าการอบรบเป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ ไม่รวมระยะเวลาของการเดินทางดูงานในประเทศสมาชิกอาเซียน จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมมองเห็นทิศทางทั้งภาพกว้าง และความรู้ ความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิทัศน์ของภูมิภาคอาเซียนที่มีนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ และยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศ"
สิ่งที่เป็นความแตกต่างของหลักสูตรนี้นอกจากโมเดลทั้ง 5 ที่ผู้เข้าอบรมจะได้รับแล้ว ยังมีในเรื่องบรรยากาศการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ข้าราชการซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงในแต่ละหน่วยงาน สัดส่วน 50% ของห้องเรียน ประมาณ 25-30 คน กับอีก 50% ที่เป็นซีอีโอจากองค์กรธุรกิจชั้นนำ โดยเฉพาะธุรกิจที่เข้าขยายการลงทุนเข้าไปในประเทศกลุ่มอาเซียนได้มาแลกเปลี่ยนมุมมอง และประสบการณ์ระหว่างกัน หรือ การเรียนเชิญบุคคลระดับ Policy Maker อาทิ เอกอัครราชฑูตคนสำคัญในประเทศต่างๆ ของอาเซียนมาให้ความรู้เพื่อการเข้าไปทำธุรกิจ เป็นต้น
"จากผู้เข้าอบรมในรุ่น 1 ที่ผ่านมา อาทิ อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม จะนำเสนอผลงานให้กับนายกรัฐมนตรี ซึ่งเชื่อว่าผลงานที่ได้นำเสนอนี้จะเกิดอิมแพ็คและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายในเชิงยุทธศาสตร์ด้านอาเซียน โดยในส่วนรุ่น 2 เตรียมเปิดอบรมในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้"
สำหรับแผนงานต่อยอด เลขาธิการ สำนักงาน ก.พ. มองไกลถึงการขยายกลุ่มเป้าหมายไปยัง ผู้บริหารองค์กรสำคัญๆ ของกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียน อาทิ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงต่างๆ ในแต่ละประเทศ เพื่อเป็นการเชื่อมโยงความรู้ มีการแลกเปลี่ยนมุมมอง และวัฒนธรรมระหว่างกัน รวมถึงส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือต่างๆ ทั้งในระดับภาครัฐและภาคเอกชนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเตรียมนำรายละเอียดของหลักสูตรออกไปนำเสนอให้กับแต่ละประเทศได้รับทราบ
ด้วยวิสัยทัศน์ สำนักงาน ก.พ. กับการเป็นผู้นำเชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐบนหลักของระบบคุณธรรม เพื่อประสิทธิผลของราชการ ผ่านการทำงานหลักๆ คือ การพัฒนาศักยภาพการทำงาน การวางแผนกำลังคนเพื่ออนาคต และ ล่าสุดกับ การพัฒนาหลักสูตรอาเซียน ที่ เลขาธิการ สำนักงาน ก.พ.กล่าวย้ำ แม้เป็นแค่การนำร่องแต่ในอนาคตก็เต็มไปด้วยโอกาสของการเชื่อมโยงความรู้ และความร่วมมือ จากในประเทศไปยังอีก 9 ประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน