ซีพีออลล์ผนึกแม็คโครผงาด "ท็อปทรี" ค้าปลีกเอเชีย เร่งเตรียมความพร้อมก่อนปูพรมอาเซียนหลังปิดดีลซื้อกิจการ
แผนขับเคลื่อนกิจการ "ค้าปลีก-ค้าส่ง" สยายปีกในภูมิภาคอาเซียนของยักษ์ใหญ่เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) อยู่ระหว่างจัดทัพ วางโครงข่ายธุรกิจ เพื่อเตรียมพร้อมบุกตลาดในทันทีเมื่อ "โอกาส" มาถึง โดยเฉพาะ "ดีลซื้อกิจการ" ศูนย์ค้าส่งแบบชำระเงินสดและบริการตัวเอง "แม็คโคร" มูลค่า 1.88 แสนล้านบาท ของ "ซีพีออลล์" เจ้าของเครือข่ายร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ธุรกิจในเครือซีพี อยู่ระหว่างรอที่ประชุมผู้ถือหุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ลงมติอนุมัติในวันที่ 12 มิ.ย.นี้
แหล่งข่าวระดับสูง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมีการพัฒนาโมเดลธุรกิจหลากหลายประเภทเป็นความได้เปรียบของการขยายสาขา โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาขอสิทธิ์ประกอบการในประเทศจีน "1 โซน" รวมทั้งสนใจขยายตลาดในแถบประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา พม่า และเวียดนาม ซึ่งสามารถขยายกิจการ "คู่ขนาน" ทั้งค้าปลีก และ "ค้าส่ง" ผ่านธุรกิจค้าส่งแม็คโคร เชื่อว่าจะเกื้อหนุนในเชิงยุทธศาสตร์และเปิดตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันร้านอิ่มสะดวกเซเว่นอีเลฟเว่นในประเทศไทยมีทั้งร้านขนาดใหญ่ กลาง เล็ก รวมทั้งร้านสแตนอะโลนสามารถจอดรถได้ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสนับสนุนอื่นๆ เช่น ร้านกาแฟ เบเกอรี่ หนังสือ รวมถึงธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่สามารถประยุกต์สอดคล้องกับแต่ละทำเล
"พอร์ตธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งของกลุ่มซีพีใหญ่ขึ้นในทันที นับเป็นหนึ่งในรายใหญ่ของเอเชียเลยทีเดียว ซึ่งจะทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจเปิดตลาดในภูมิภาคเปี่ยมประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยพลังแห่งเครือข่าย"
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ประเมินว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทั้ง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ไม่น่าจะมีปัญหาในการลงทุนครั้งนี้ ดังนั้นเมื่อ "ผู้ถือหุ้นลงมติ" ซีพีออลล์ก็สามารถยื่นประกาศทำคำเสนอซื้อหุ้นแม็คโครอย่างเป็นทางการได้ในทันที เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้
"ฝ่ายวิจัยแนะนำนักลงทุนที่เป็นผู้ถือหุ้นแม็คโคร ให้นำหุ้นมาขายเทนเดอร์ ออฟเฟอร์ ในครั้งนี้ ที่ผ่านมาจะเห็นว่าโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้ราคาพื้นฐานหุ้นแม็คโครแค่ 600 บาท แต่ราคาเทนเดอร์ฯ สูงถึง 787 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาพื้นฐาน ขณะที่ผู้ถือหุ้นซีพีออลล์ แนะนำให้ซื้อสะสม โดยให้ราคาพื้นฐานหลังมีแม็คโครแล้ว เป็น 60 บาท จากราคากระดานหลักอยู่ที่ 40-42 บาท"
แผนธุรกิจซีพีออลล์ตั้งเป้าหมายเบื้องต้นหลังซื้อกิจการแม็คโคร ในปี 2557 แม็คโครจะ "เพิ่มมาร์จิ้น" จากการควบรวมอย่างต่ำ 0.2% ผนวกกับความแข็งแกร่งในการบริหารงานของแม็คโครเองเพิ่มมาร์จิ้นอีก 0.2% ทำให้แม็คโครเพิ่มมาร์จิ้นในปี 2557 อย่างต่ำ 0.4%
ตั้งแต่ปี 2557-2562 จะผลักดันแม็คโครขยายสาขาเพิ่มเป็น 7-11 แห่งต่อปี รวมถึงสาขาในต่างประเทศด้วย "มากกว่า" ค่าเฉลี่ยเดิม ที่แม็คโครเปิดสาขาใหม่ 4- 5 แห่งต่อปี สนับสนุน "แม็คโคร" เติบโตอย่างโดดเด่นไม่ต่ำกว่า 30% ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป หักล้าง "ภาระดอกเบี้ย" ของซีพีออลล์ จากการเข้าซื้อแม็คโคร และทำให้ "กำไร" ของ ซีพีออลล์ ตั้งแต่ปี 2557 เริ่มเห็น "ผลบวก" โดยเพิ่มขึ้นราว 29% จากงวดเดียวกันของปี 2556
สำหรับโอกาสขยายตลาดในต่างประเทศ โดยเฉพาะ "เวียดนาม" ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรมาก ลักษณะการซื้อขายเป็นร้านค้าปลีกดั้งเดิม (Traditional trade) สอดคล้องกับรูปแบบของแม็คโครมุ่ง "ขายส่ง" ขณะที่กลุ่มซีพี มีฐานธุรกิจที่เข็มแข็งมากในเวียดนาม สามารถผลักดันให้แม็คโครเปิดสาขาได้อย่างมีศักยภาพ คาดว่าจะมีสาขาให้บริการ 2 แห่งในปี 2557
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย ) กล่าวว่า แรงผนึกทางธุรกิจระหว่างซีพีออลล์ และแม็คโคร ยังสร้างประโยชน์ให้สองบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อมในระยะยาว และจะส่งผลให้ซีพีออลล์มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่ 18.6% จากแนวโน้มธุรกิจที่สดใสและกำไรที่อยู่ในช่วงขาขึ้น จึงยังคงคำแนะนำซื้อหุ้นซีพีออลล์ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 62 บาท"
การเคลื่อนไหวราคาหุ้นซีพี ออลล์ ตั้งแต่วันที่ประกาศซื้อหุ้นแมคโคร ราคาปรับตัวขึ้นลงต่อเนื่อง โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลง 4.59% จากราคา 43.50 บาท เหลือ 41.50 บาท โดยราคาเคยปรับตัวขึ้นไปสูงสุดที่ 44.75 บาท และต่ำสุดที่ 38.50 บาท ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 41.61 บาท









