วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีเชื่อมั่นร่วงทุกตัว ครึ่งปีหลังไม่สดใส

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค.ปรับลดลงทุกตัว หลัง สศช.ปรับลดประมาณการเติบโตเศรษฐกิจ เหตุ ส่งออก-ราคาสินค้าเกษตรร่วง เศรษฐกิจโลกส่อฟุบยาว

นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอค้าการไทย เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index :CCI) ประจำเดือน พ.ค. 2556 พบว่า ปรับตัวลดลงจากระดับ 65.9 ในเดือนเม.ย. เป็น 65.0 ในเดือน พ.ค.ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคใน 6 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงจากระดับ 89.7 ในเดือน เม.ย.เป็น 88.3 ในเดือน พ.ค. เป็นการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง จากเดือน เม.ย.ที่อยู่ในระดับ 83.7 เป็น 82.5 ในเดือน พ.ค. เนื่องจากประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อรายได้ในอนาคต รวมทั้งค่าครองชีพที่ทรงตัวในระดับสูง

โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำ ลดลงจาก 73.9 มาอยู่ที่ 72.8 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต ลดลงจาก 75.5 มาอยู่ที่ 74.4 ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้านหลังใหม่ ลดลงจาก 85.5 มาอยู่ที่ 82.9 ดัชนีความเหมาะสมในการลงทุนทำธุรกิจ (เอสเอ็มอี) ลดลงจาก 87.3 มาอยู่ที่ 84.6

เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีปัจจัยบวกไม่มากนัก เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลง ทำให้ความวิตกกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาทลดลง นอกจากนี้ระดับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศยังคงอยู่ในระดับทรงตัว

ปัจจัยลบฉุดความเชื่อมั่น

มีปัจจัยลบมีเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะการที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัว 5.3% จากที่คาดการณ์ไว้สูงกว่านี้ พร้อมปรับลดประมาณการจีดีพีปี 2556 เหลือ 4.2 - 5.2% จากเดิมคาดการขยายตัว 4.5 - 5.5% ดัชนีในตลาดหุ้นลดลง ขาดดุลการค้า ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 95 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร

นอกจากนี้มีความกังวลเรื่องเงินบาทแข็งค่า ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทั้งยางพารา และปาล์มน้ำมัน ทำให้กำลังต่างจังหวัดไม่ขยายตัว ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมือง ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความกังวลเกี่ยวกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ครึ่งหลังไม่สดใส

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังนี้ "ไม่สดใส" คาดว่าเศรษฐกิจอาจขยายตัวไม่ถึง 5% และมีความเป็นไปได้ว่าอาจปรับลดจากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.8 - 5.2% มาอยู่ที่ 4.1 - 4.5%

"ดัชนีการบริโภคของผู้บริโภคปรับตัวลดลง 2 เดือนติดต่อกัน สะท้อนการบริโภคชะลอตัวมากขึ้นไปจนถึงไตรมาส 3 เพราะไม่มั่นใจที่จะใช้จ่าย แม้เงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มลดลง แต่ประชาชนคิดว่าสินค้าแพงขึ้น"
เงินเฟ้อที่ต่ำลงของไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับประเทศเศรษฐกิจสำคัญทั่วโลก เช่น เกาหลี สหรัฐ จีน มีอัตราเงินเฟ้อลดลงต่ำกว่าคาดการณ์ทั้งสิ้น สะท้อนว่ากำลังซื้อยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก

รัฐบาลต้องเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ กระจายการใช้จ่ายลงไปในภูมิภาคให้รวดเร็วและมากขึ้น เร่งโครงการลงทุนพื้นฐานขนาดใหญ่ เร่งแก้ปัญหาส่งออก ส่วนหนึ่งต้องสนับสนุนการค้าชายแดนทดแทนการส่งออก ดูแลค่าเงินบาทและอัตราแลกเปลี่ยนให้มีความเหมาะสม