วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideway Up

กองทุนฯหนุนดัชนีฯ แนะนำ ถือรอขายเป้าแรก 1566 จุด (เป้าหลัก1587 จุด)

คาดดัชนีฯ Sideway Up แนวต้าน 1566/1570 จุด แนวรับ 1540/1535 จุด แนะนำ ถือต่อ หุ้นแบงก์-สื่อสาร และเก็งกำไรกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อรอไปขายทำกำไรบริเวณ 1566 จุด หรือ 1580-1587 จุด ปัจจัยหนุน คือ
1. QE3- ผลประชุมสมาชิกเฟดที่เมืองชิคาโก ทำให้เรามั่นใจมากขึ้นว่า เฟดยังคงไม่รีบลดขนาดของ QE3 ในเร็วๆนี้ โดยโอกาสที่จะเกิดขึ้นเร็วสุด อาจเป็นสิ้นไตรมาส 3/56 อิงการจ้างงานที่ยังคงต่ำกว่าเป้า (คาด Non-farm Payroll เดือน พ.ค.ประกาศศุกร์นี้ จะเพิ่มขึ้น +165k ใกล้กับเดือนก่อน) เงินเฟ้ออยู๋ในระดับต่ำกว่าเป้าของเฟด
2. ปัญหา Bond Shock ของญี่ปุ่น แม้จะยังคงไม่สามารถคลี่คลายได้ในระยะยาว แต่อาจกระเตื้องขึ้นจาก ทางการญี่ปุ่นเร่งออกมาตรการเพิ่มความเชื่อมั่นเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ การส่งสัญญาณซื้อพันธบัตรเพิ่มเพื่อกดยิลด์ระยะสั้น หรือการส่งสัญญาณให้กองทุนบำเหน็จบำนาญฯ เข้ามาช่วยซื้อหุ้นและพันธบัตร

กลุ่มแบงก์-สื่อสาร แนะนำ ถือต่อ เน้นหุ้นที่มีการขาย Short สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24/5/56 ซึ่งเป็นวันที่ดัชนีฯ ทำสถิติสูงสุด 1649.77 จุด ได้แก่ TRUE KBANK ADVANC BBL SCB KTB INTUCH DTAC

ส่วนกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ PTT SCC PTTEP TOP PTTGC IRPC แนะนำ ขึ้นทยอยขาย ความเสี่ยงขาลงยังคงมาจากปัจจัยพื้นฐานที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัว และแนวโน้มจีนจะรายงานเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงในช่วงปลายสัปดาห์นี้

ซื้อต่อ หุ้นกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า EGCO-GLOW สำหรับการเก็งกำไรโครงการ IPP และ THAI จากกำไรที่คาดเติบโตสูงขึ้นหลังราคาน้ำมันเป็นทิศทางขาลงกว่าคาด และ IATA คาดธุรกิจสายการบินปีนี้จะมีกำไรที่สูงขึ้น โดยสายการบินในเอเชียฯ จะมีกำไร 4.6 พันล้านดอลล์ อเมริการเหนือ 4.4 พันล้านดอลล์ รวมถึงหุ้นมีประเด็นบวกระยะสั้น CENTEL HMPRO CK (คาดว่าจะติด SET 50 Index) ITD(โครงการประมูลน้ำ)

กลุ่มอสังหาฯ QH SPALI: แนะนำ เก็งกำไรรายหลักทรัพย์ หลัง CBRE เตือนผู้ประกอบการอสังหาฯ ผุดคอนโด ต้องระมัดระวังมากขึ้นเนื่องจาก ภาวะตลาดเริ่มเข้าใกล้ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะฟองสบู่โดยจะต้องพิจารณาถึงความต้องการรวมไปถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น

ส่วนสัญญาณทางเทคนิค ดัชนีฯยังคงอยู่ในรูปแบบขาลง (Zig-Zag Down) โดยระดับรีบาวด์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 1566/1587 จุด อิงจากระดับ 33% และ 50% retracement ของแนวต้าน-แนวรับ กรอบ 1649.77-1524.58 จุด ก่อนที่จะลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่บริเวณ 1460-1480 จุด