"ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี"เตรียมประมูลงานเพิ่มดันแบ็คล็อกแตะ 2,000 ล้านบาท ทุ่ม 100 ล้านบาทเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในครึ่งปีหลัง
ผลพวงจากอัตราการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการขยายโครงการก่อสร้างใหม่ ทั้งในเขตกรุงเทพฯ หัวเมืองขนาดใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ และการลงทุนโครงการของภาครัฐ ส่งผลให้กลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้าง ได้รับอานิสงส์ โดยมีการเติบโตรายได้ และกำไรก้าวกระโดด ซึ่ง บริษัท ผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี หรือ CCP ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กลุ่มนี้ ที่ได้รับผลบวกจากปัจจัยดังกล่าว โดยนายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ กล่าวอย่างมั่นใจว่า กำไรสุทธิของบริษัทในปีนี้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
โดยปีนี้บริษัทจะรับรู้กำไรประมาณ 354.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นการรับรู้จากโครงการรัฐและเอกชน นอกจากนี้บริษัทจะมีการรับรู้กำไรรายการพิเศษจากสิทธิซื้อคืนที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างกันยงโฮมสโตร์สาขาพัทยา ของบริษัท ชลบุรี กันยง ซึ่งเป็นบริษัทย่อย โดยจะรับรู้กำไรประมาณ 313.5 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ที่ระดับเฉลี่ย 17.2%
"แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2 จะเติบโตต่อเนื่องใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ที่มีรายได้รวม 682.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 40.7 ล้านบาท ตามทิศทางดีการขยายตัวของโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นจากทั้งภาครัฐและเอกชน"นายอาทิตย์กล่าว
นอกจากนี้ แนวโน้มรายได้รวมปีนี้ บริษัทยังคงเป้ารายได้ปีนี้ 15-20% จากปีก่อน ทำได้ 2.6 พันล้านบาท จากการรับงานเพิ่มอย่างต่อเนื่อง คาดรายได้รวมจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
"บริษัทได้เตรียมความพร้อมในการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาระดับมูลค่างานในมือ (Backlog) ให้อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2,100 ล้านบาท แบ่งเป็นงานจากภาครัฐ 50% และงานภาคเอกชน 50% โดยงานทั้งหมดจะทยอยรับรู้รายได้จนถึงไตรมาส 2 ปี 2557"นายอาทิตย์กล่าว
เขายังบอกอีกว่า บริษัทตั้งงบลงทุนปีนี้ไว้ที่จำนวน 100 ล้านบาท สำหรับใช้ขยายกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากความต้องการคอนกรีตทุกรูปแบบและวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ตามการขยายตัวของโครงการก่อสร้างในเขตกรุงเทพมหานคร หัวเมืองขนาดใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ และการลงทุนโครงการของภาครัฐ
ขณะเดียวกันบริษัทยังมีนโยบายปรับปรุงการดำเนินงานภายใน การขนส่ง และการผลิต ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับปริมาณออร์เดอร์ของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้นและเป็นการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท ให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมที่ระดับประมาณ 17%
ผลประกอบการงวดปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 2,604 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากงวดปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวม 2,264 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 215.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 510.40% จากงวดปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 35.29 ล้านบาท
ส่วนผลประกอบการแรกปีนี้ บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 682.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 578.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 40.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.3 ล้านบาท ผลการดำเนินงานมีการเติบโตจากการที่บริษัทส่งงานและรับรู้รายได้จากโครงการภาครัฐและเอกชนเพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทและบริษัทย่อยสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในเกณฑ์ดีเฉลี่ยอยู่ที่ 17.2%









