ธนาคารโลก ห่วงกรุงเทพฯเสี่ยงภัยน้ำท่วม ทำไทยสูญโอกาสเศรษฐกิจ แนะใช้งบจัดการน้ำ 3.5แสนล้านบาทให้เกิดประโยชน์ที่สุด
นายเบิร์ท ฮอฟแมน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก หรือ เวิลด์แบงก์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้ให้ข้อมูลจากรายงาน แนวทางนโยบายเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติในเอเชียตะวันออก และ แปซิฟิก ว่า ปัจจุบันเมืองใหญ่ในภูมิภาคในเอเชียตะวันออก และ แปซิฟิก รวมทั้งกรุงเทพฯของไทย มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติสูงขึ้น เนื่องจากขาดการวางแผนจัดการเมืองที่ดี ส่งผลให้สูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ภูมิภาคนี้กำลังขยายตัวได้ดี
"ประชาชนส่วนใหญ่ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกอาศัยอยู่ในเมืองกว่า 50% ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ, จาการ์ต้าและมะนิลา เมืองมีการขยายตัวมากทำให้ยิ่งเปราะบางสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ และ30ปีข้างหน้าการขยายของตัวเมืองยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งทำให้รัฐบาลประเทศในภูมิภาคนี้ต้องยิ่งบริหารจัดการอย่างดีเพื่อป้องกันความเสี่ยงมาจากภัยพิบัติ"
ด้านนายอับฮาส จาฮา ผู้จัดการหน่วยงานการขนส่ง ตัวเมืองและการจัดการความเสี่ยงจากอุบัติภัย ประจำเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวการที่รัฐบาลไทยได้ลงทุนบริหารจัดการน้ำในวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นได้เร็วกว่าที่คาด แต่ทั้งนี้อยากให้รัฐบาลเตรียมรับมือความท้าทาย 3 เรื่องได้แก่ การใช้งบ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งเห็นว่ารัฐบาลควรมีการจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้เกิดผลดีกลับมาได้มากที่สุด และใช้งบให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
เรื่องที่สองเป็นการทำงานและวิเคราะห์ร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและการศึกษากฎหมายเกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดกระบวนการดำเนินการและวางแผนอย่างบูรณาการร่วมกันในทุกหน่วยงาน และสุดท้าย มองว่ากรุงเทพฯ ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม เพราะเป็นพื้นที่มีที่ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำเป็นที่ดินทรุดตัวลงทุกปี และมีการขยายตัวของชุมชนเมืองกับภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่ิอง ต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นที่ที่จะความเสี่ยงอาจเกิดขึ้น









