"ฟันด์เมเนเจอร์"มองแนวโน้มตลาดหุ้น-ทอง เดือนมิ.ย.ผันผวน"ขาลง" กังวลเฟดยุติมาตรการคิวอี-คลังออกมาตรการสกัดเก็งกำไรตลาดตราสารหนี้
ภาพรวมการลงทุนตลาดหุ้น และทองคำเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แกว่งตัวผันผวน จากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจยกเลิกมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง (คิวอี) ผ่านการเข้าซื้อพันธบัตร บางส่วน เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการแก้ปัญหาเงินทุนไหลเข้าเก็งกำไรค่าเงินบาท ผ่านตลาดตราสารหนี้ ที่กระทรวงการคลัง และรัฐบาลกดดันให้ลดดอกเบี้ย เพื่อลดแรงกดดันค่าเงินบาทแข็ง ช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออก และมีการคาดการณ์ว่ากระทรวงการคลัง และธปท.เตรียมออกมาตรการคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย ทำให้เดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นผันผวน แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ชะลอตัว
วิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการการกองทุนรวม วรรณ ให้ความเห็นว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนมิ.ย. คาดว่าจะผันผวนในช่วงขาลง เนื่องจากหมดข่าวผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และกระทรวงการคลังเตรียมออกมาตรการสกัดการเข้ามาเก็งกำไรตราสารหนี้ ขณะเดียวกันคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจเดือนพ.ค. คาดว่าจะชะลอตัวลงต่อเนื่องจากเดือนเม.ย. ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณตัวเลขการบริโภค และการผลิต ที่ลดลง จะกดดันบรรยากาศการลงทุนในเดือนนี้
นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมิ.ย.-ส.ค. นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่จะชะลอการลงทุน เพื่อหยุดพักผ่อนในช่วงซัมเมอร์ ทำให้มูลค่าการซื้อขายลดลง
"ข่าวการยกเลิกคิวอี เศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัว และการออกมาตรการสกัดเก็งกำไรตลาดตราสารหนี้ จะเป็นตัวกดดันให้หุ้นไทยผันผวนขาลง กรอบการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยน่าจะอยู่ที่ 1,530-1,640 จุด"
ส่วนแนวโน้มตลาดตราสารหนี้ แนะนำให้นักลงทุนในกองทุนเปิดที่ลงทุนตราสารหนี้อายุ 2-3 ปี เพราะคาดว่าการประชุมกนง.ในเดือนก.ค. คาดว่าจะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% เพื่อพยุงเศรษฐกิจ หากตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 2 ชะลอตัวลง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง
การลงทุนในทองคำ บลจ.วรรณ ยังไม่ให้น้ำหนัก เพราะมีความเสี่ยงจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า แนะนำให้ขายทำกำไรในช่วงที่ปรับตัวขึ้นแตะ 1,420-1,430 ดอลลาร์/ออนซ์
สุรศักดิ์ ธรรมโม คณะกรรมการการลงทุน บลจ.ฟินันซ่า กล่าวว่า ตลาดหุ้นและทองคำในเดือนมิ.ย. คาดว่าจะผันผวนขาลง โดยอาจมีเงินทุนไหลออกจากตลาดในภูมิภาคเอเชีย กลับไปยังสหรัฐ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า กระทบกับราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสแรกที่ต่ำเกินคาด ทำให้แรงส่งไตรมาส 2 ลดลง กดดันตลาดหุ้นไทยผันผวน
อย่างไรก็ตาม บลจ.ฟินันซ่า ยังมีมุมมองเป็นบวกกับตลาดหุ้นไทย คาดว่าดัชนีในช่วงสิ้นปีจะอยู่ที่ 1,665 จุด กรณีดีสุดดัชนีอาจขึ้นไปทดสอบที่ 1,800 จุด ภายใต้เงื่อนไข เมกะโปรเจคน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และเมกะโปรเจคระบบราง 2.2 ล้านล้านบาท เดินหน้า ธนาคารกลางญี่ปุ่นเดินหน้าคิวอี แม้เฟดจะยกเลิกคิวอีบางส่วน เนื่องจากประเมินว่าประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไทยในปีนี้ยังแข็งแกร่ง
ส่วนแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะทรงตัวในระดับ 2.50% ไปจนถึงสิ้นปี อย่างไรก็ตาม หากเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ชะลอ ก็มีความเป็นไปได้ว่าดอกเบี้ยจะลดลงได้อีก 0.25% ก่อนที่จะกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นในปี 2557
การลงทุนในทองคำ บลจ.ฟินันซ่า ไม่ให้น้ำหนักมากนัก แต่ถ้าหลุดลงต่ำกว่า 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ มาที่ 1,250 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นจังหวะเหมาะสำหรับการลงทุนยาว
สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนกองทุนประเภทเทอมฟันด์ ไม่ควรลงทุนตราสารหนี้อายุเกิน 9 เดือน เพราะประเมินว่า ดอกเบี้ยน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะขาขึ้นในปีหน้า









