วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลดดบ.ไม่พอ ขอตั้งกองทุนแสนล้านอุ้มส่งออก

กนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% ไม่พอ สภาผู้ส่งออกเสนอตั้งกองทุน 1 แสนล้านล้านบาท อุ้มส่งออก เพื่อเพิ่มขีดแข่งขัน เผยอยู่ระหว่างศึกษาที่มาของเงิน

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยังมีความกังวลต่อทิศทางของค่าเงินบาท แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยมองว่า อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ไม่น่าส่งผลต่อเงินทุนไหลเข้าและค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงด้านความผันผวนของค่าเงินบาท ทำให้สภาผู้ส่งออก ยังคงตัวเลขคาดการณ์การส่งออกปีนี้ ว่าจะขยายตัวเพียง 4.92% แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์จะปรับลดเป้าหมายการส่งออกปีนี้มาอยู่ที่ 7-7.5% จากเป้าหมายเดิมที่ 9%

ทั้งนี้ การส่งออกในปีนี้ยังมีแนวโน้มที่จะลดลงได้อีก จากเงินบาทที่แข็งค่า แม้ว่าปัจจุบันค่าเงินบาทจะกลับมายืนเหนือ 30 บาทต่อดอลลาร์ แต่ก็ยังเป็นอัตราที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนยังมีแนวโน้มที่ผันผวน สังเกตได้จากการแข็งค่าจาก 28 บาทต่อดอลลาร์กลับมาอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์ ภายใน 1 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการ QE ของกลุ่มประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจทั้งสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป

ผลกระทบที่เกิดขึ้น ทำให้จีนเตรียมออกมาตรการเพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้า หลังพบว่า ค่าเงินหยวนในปีนี้แข็งค่าแล้วร้อยละ 1.6 จากปีที่แล้วทั้งปีแข็งค่าร้อยละ 1 ขณะที่ทางการไทยยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเท่าที่ควร โดยจะต้องยกระดับการแก้ไขปัญหาการส่งออกเป็นวาระแห่งชาติ และมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน

ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวอีกว่า สภาผู้ส่งออกฯ เตรียมทำสมุดปกขาวถึงรัฐบาล เพื่อพิจารณาจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ส่งออกวงเงินกว่าแสนล้านบาท เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยอยู่ระหว่างศึกษาที่มาของเงินว่าควรนำมาจากไหน ซึ่งรูปแบบจะคล้ายกับที่รัฐบาลนำไปช่วยเหลือธุรกิจหลายประเภท เช่น โครงการรับจำนำข้าว หรือ สินค้าเกษตรอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วน จะต้องจัดสรรเงินประมาณ 20,000-30,000 ล้านบาท มาช่วยเหลือเรื่องการประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับผู้ส่งออก เพื่อให้ค่าเงินอยู่ในระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์ เพราะเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าอีก ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องออกมาตรการสกัดกั้นค่าเงินบาทที่เข้มแข็งขึ้น