วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 20-23 พฤษภาคม 2556

เงินบาททดสอบ 30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงจากความกังวลว่าเฟดอาจปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตร

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้


อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น


อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นค่อนข้างทรงตัว โดยธนาคารพาณิชย์มีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงปลายเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน


ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค. 2556 ธนาคารพาณิชย์จะมีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ รวมทั้งจะมีการตัดจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำงวดสิ้นปี 2555 ทั้งนี้ ธนาคารกสิการไทยคาดว่า กนง. น่าจะมีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในการประชุมวันที่ 29 พ.ค. นี้


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 2.97% ในวันพฤหัสบดี เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 2.96% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยทรงตัวในช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนที่จะปรับลดในช่วงกลางสัปดาห์ จากการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. จากนั้นอัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ ท่ามกลางความกังวลว่าทางการอาจมีการออกมาตรการดูแลค่าเงินบาท


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.04% ในวันพุธ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ 1.95% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ หลังข้อมุลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดี ก่อนที่จะปรับลดลงในวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากการที่เฟดระบุถึงความจำเป็นในการคงมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ จากนั้นอัตราผลตอบแทนปรับพุ่งขึ้นในวันพุธ หลังประธานเฟดระบุว่ามีโอกาสที่จะปรับลดขนาดในซื้อพันธบัตรในการประชุมครั้งถัดๆ ไป


ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)

เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือนที่ 30.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ ท่ามกลางแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ จากนักลงทุนต่างชาติ หลังถ้อยแถลงของประธานเฟดกระตุ้นการคาดการณ์ว่า เฟดอาจชะลอโครงการซื้อพันธบัตรภายในปีนี้ ขณะที่ ข้อมูล PMI ภาคการผลิตของจีน ที่สะท้อนการหดตัวในเดือนพ.ค. ก็กดดันให้เงินเอเชียและเงินบาทอ่อนค่าลง อนึ่ง ข้อมูลจีดีพีประจำไตรมาส 1/2556 ของไทยในช่วงต้นสัปดาห์ นอกจากจะเพิ่มความคาดหวังต่อสัญญาณผ่อนคลายจากกนง.ในวันที่ 29 พ.ค. แล้ว ก็เป็นปัจจัยลบของเงินบาทด้วยเช่นกัน


ในวันพฤหัสบดี (23 พ.ค.) เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 29.90 เทียบกับระดับ 29.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 พ.ค.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (27-31 พ.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 29.80-30.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทย รวมถึงสัญญาณ/ท่าทีของทางการในการดูแลประเด็นค่าเงินบาท ขณะที่ ต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ราคาบ้านในเดือนมี.ค. ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคลในเดือนเม.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และดัชนี PMI เขตชิคาโกในเดือนพ.ค. ตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 1/2556 (รายงานครั้งที่ 2) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์


เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรผันผวนตามกระแสการคาดการณ์เกี่ยวกับมาตรการ QE ของสหรัฐฯ โดยในช่วงแรก เงินยูโรแข็งค่าขึ้นก่อนกำหนดการแถลงต่อสภาคองเกรสของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟด อย่างไรก็ดี เงินยูโรต้องลดช่วงบวกลงในช่วงกลางสัปดาห์ หลังจากที่ถ้อยแถลงของนายเบอร์นันเก้ สะท้อนว่า แม้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) จะยังดำเนินต่อไป แต่หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง เฟดก็อาจลดวงเงินการเข้าซื้อพันธบัตรในการประชุมครั้งต่อๆ ไป เงินยูโรฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ในช่วงต่อมา หลังจากที่ข้อมูล PMI ของยูโรโซนเบื้องต้นในเดือนพ.ค. หดตัวลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้


เงินเยนฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังทำสถิติอ่อนค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง โดยเงินเยนแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ จากถ้อยแถลงของรมว.เศรษฐกิจญี่ปุ่น ที่ระบุว่า การอ่อนค่ามากเกินไปของเงินเยนอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี เงินเยนกลับมาเผชิญแรงเทขายในช่วงต่อมา หลังจากที่เงินดอลลาร์ฯ ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ต่อสัญญาณชะลอมาตรการ QE ของเฟด แต่กระนั้น เงินเยนดีดตัวกลับมาอย่างแข็งแกร่งได้อีกครั้งในฐานะสกุลเงินปลอดภัย หลังตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก


ในวันพฤหัสบดี (23 พ.ค.) เงินยูโรปรับตัวอยู่ที่ 1.2883 เทียบกับระดับ 1.2838 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (17 พ.ค.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 101.66 เทียบกับ 103.18 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า


ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย


ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงจากความกังวลว่าเฟดอาจปรับลดขนาดการซื้อพันธบัตรลง ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,607.46 จุด ลดลง 1.26% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 28.20% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 66,681.37 ล้านบาท โดยนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ ขณะที่บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 482.20 จุด ลดลง 1.62% จากสัปดาห์ก่อน


ตลาดหุ้นไทยปรับเพิ่มขึ้น ในช่วงต้นขึ้นสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี รวมทั้งแรงซื้อเก็งกำไรจากการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงปลายสัปดาห์ โดนยมีแรงขายทำกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ จากความกังวลกรณีที่เฟดอาจมีการปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตรเร็วกว่าที่คาด และเครื่องชี้ภาคการผลิตของจีนที่ออกมาอ่อนแอ


สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสปรับลดลง โดยต้องติดตามท่าทีในการดำเนินนโยบายของเฟด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ GDP ไตรมาส 1/56 (Second Est.) เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ และความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,570 และ 1,535 ขณะที่แนวต้านคาดว่า จะอยู่ที่ 1,618 และ 1,622 ตามลำดับ


ตลาดหุ้นสหรัฐฯ


ดัชนี DJIA ทรงตัวโดยได้แรงหนุนจากถ้อยแถลงของประธานเฟดที่ระบุว่าการรีบหยุดมาตรการซื้อพันธบัตรเร็วเกินไป อาจจะส่งผลการทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ดัชนี DJIA ปิดที่ 15,387.28 จุด เพิ่มขึ้น 0.22% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทรงตัวในช่วงต้นสัปดาห์ โดยตลาดรอการแถลงนโยบายของนายเบน เบอร์นันเก้ ประธานเฟดต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรส ก่อนที่ตลาดจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในวันพุธ หลังประธานเฟดระบุว่า การรีบหยุดมาตรการซื้อพันธบัตรเร็วเกินไป อาจจะส่งผลการทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ (Early pullback on bond buying could stall the recovery)


ตลาดหุ้นญี่ปุ่น

ดัชนี Nikkei ปรับร่วงลง จากความกังวลกรณีที่เฟดอาจปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตร และตัวเลขภาคการผลิตของจีนที่อ่อนแอ โดยเมื่อวันพฤหัสบดี ดัชนี Nikkei ปิดที่ 14,483.98 จุด ลดลง 4.32% จากสัปดาห์ก่อน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงอีกของเยน และการที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มการประเมินภาวะเศรษฐกิจก่อนที่ตลาดหุ้นจะปรับร่วงลงมาในวันพฤหัสบดี จากความกังวลกรณีที่เฟดอาจปรับลดวงเงินซื้อพันธบัตร และตัวเลขภาคการผลิตของจีนที่อ่อนแอ