สศอ.เตรียมเสนอ 2 มาตรการ สู้บาทแข็ง! หนุนจัดซอฟต์โลนให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนเครื่องจักร-แก้ปัญหาภาษีซ้อนส่งเสริมไปลงทุนต่างประเทศ
นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยวส่า สศอ.ได้สรุปมาตรการบรรเทาผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ตามที่รัฐบาลให้หน่วยงานต่างๆ ส่งข้อมูลไปให้ สศช.รวบรวมเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเสนอแนวทางการใช้โอกาสจากเงินบาทแข็งค่าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย 2 แนวทาง คือ
1.สนับสนุนให้มีการนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพการผลิต โดยสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร 2.สนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในต่างประเทศ เช่น การลดหย่อนภาษีเงินได้จากการนำกำไรที่จากการลงทุนในต่างประเทศกลับเข้าไทย
นอกจากนี้ สศอ.ควรมีการสนับสนุนให้ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขีดความสามารรถในการแข่งขันเพื่อรับมือกับค่าเงินผันผวน โดยในระยะสั้นควรให้ความรู้กับเอสเอ็มอีในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งส่งเสริมให้มีการขยายตลาดในประเทศ ตลาดชายแดนและตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อชดเชยตลาดส่งออกเดิม และสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนจากกองทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทยวงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำรายละ 50,000 บาท และผ่อนผันให้ใช้ดอลลาร์ซื้อขายสินค้าระหว่างซัพพลายเชนในประเทศได้ ส่วนในระยะยาวควรเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า
นายสมชาย กล่าวว่า เงินบาทแข็งค่าช่วยสร้างโอกาสในการออกไปลงทุนในต่างประเทศ และสร้างโอกาสให้กับภาคอุตสาหกรรมในการนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักรถูกลง ซึ่งเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อยกระดับเทคโนโลยีการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้ โดยเฉพาะการนำเข้าเทคโนโลยีและเครื่องจักรจากญี่ปุ่นที่จะได้ประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่าและเงินเยนอ่อนค่า และจะช่วยสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ทั้งนี้ สศอ.ได้ติดตามสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าพบว่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากการที่ราคาสินค้าของประเทศคู่แข่งสูงขึ้น เช่น อินโดนีเซีย จีน เวียดนาม เกาหลีใต้ ซึ่งทำให้ผู้ส่งออกไทยมีโอกาสเสียตลาดบางส่วนไปในอนาคต โดย สศอ.ได้สอบถามผู้ประกอบการบางรายที่ส่งออกไปตลาดญี่ปุ่นพบว่าได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนมาก เพราะเงินเยนอ่อนค่าลง 16 % ในขณะที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น 3 % ทำให้ผู้ส่งออกไทยถูกลูกค้าในตลาดญี่ปุ่นขอต่อรองราคา
นายสมชาย กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือน แรกของปีนี้ การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมมีมูลค่า 43,091 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 7.04 % ส่วนการส่งออกในรูปเงินบาทมีมูลค่า 1.28 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.14 % แสดงให้เห็นว่าการส่งออกในรูปเงินบาทได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าตั้งแต่ต้นปีนี้ โดย สศอ.ประเมินว่าเงินบาทที่แข็งค่าส่งผลให้รายได้จากการส่งออกในรูปเงินบาทของไตรมาส 1 ปีนี้ หายไป 55,156 ล้านบาท และถ้าค่าเงินบาทเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 29 บาท จะกระทบผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมลดลง 52,672 ล้านบาท









