วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกรมมี่ยันไม่มีแผนเพิ่มทุนหันกู้แบงก์

"แกรมมี่"ยันไม่มีแผนเพิ่มทุน แม้ต้องเตรียมเงินยื่นประมูลทีวีดิจิทัล หลังกำหนดวงเงินลงทุน 4 พันล้าน มั่นใจประมูลได้ 3 ช่อง เล็งกู้เงินแบงก์

นายปรีย์มน ปิ่นสกุล ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) (GRAMMY) กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทแกรมมี่เตรียมเงินลงทุนประมาณ 4 พันล้านบาท เพื่อยื่นประมูลดิจิทัลทีวี 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง HD รายการวาไรตี้ ช่อง SD รายการวาไรตี้ระบบปกติ และช่องรายการเด็ก บริษัทมั่นใจจะสามารถประมูลได้ทั้ง 3 ช่อง เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการผลิตคอนเทนท์ต่างๆ ได้ครบถ้วน และคาดจะมีการประมูลภายในปลายไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 ปีนี้

"แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนยื่นประมูลทีวีดิจิทัล บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนหนี้ต่อทุนที่ปลอดภาระหนี้ต่ำเพียง 0.99 เท่า และมีนโยบายที่จะรักษาสัดส่วนไว้ไม่ให้เกิน 2 เท่า ดังนั้นศักยภาพในการกู้เงินก็น่าจะทำได้อย่างไม่มีปัญหา ขณะเดียวกันบริษัทมีอีบิทด้าต่อปี 1 พันล้านบาท และมีกระแสเงินสดอีก 1 พันล้านบาท และวิธีการจ่ายเงินเมื่อประมูลได้ก็เป็นการทยอยชำระในระยะเวลา 10 ปี จึงไม่ได้เป็นภาระมากนัก"ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว

เขากล่าวว่า จากข้อมูลต่างๆ บริษัทประเมินมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ในการยื่นประมูล 6 ราย หากพิจารณาเม็ดเงินในระบบโฆษณาทีวีอยู่ที่ 6 หมื่นล้านบาทต่อปี บริษัทจึงตั้งเป้าจะสามารถชิงส่วนแบ่งเม็ดเงินโฆษณาได้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งน่าจะทำให้บริษัทมีรายได้ และกำไรเพิ่มขึ้นจากการดำเนินธุรกิจดิจิทัลทีวี ซึ่งต้องรอพิจารณาผลการยื่นประมูลอีกครั้ง

ภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทปีนี้ นายปรีย์มน คาดว่า จะมีอัตราการเติบโตของรายได้อยู่ที่ 10% ทั้งธุรกิจใหม่และธุรกิจเดิมของบริษัทมีอัตราการเติบโตของรายได้ในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ความสามารถในการทำกำไรอาจจะยังไม่สูง เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่าย และอยู่ในช่วงของการลงทุน ดังนั้นอาจจะยังไม่เห็นกำไรได้เร็ว โดยเฉพาะในงวดไตรมาส 2 ปีนี้ โดยปีนี้บริษัทจะมีรายได้ที่เติบโตได้ดี เนื่องจากมีรายได้ส่วนแบ่งของธุรกิจภาพยนตร์ เรื่องพี่มาก ซึ่งปัจจุบันทำรายได้แล้ว 550 ล้านบาท บริษัทจะรับรู้ประมาณ 50%

ขณะที่ไตรมาส 2 ปีนี้ จะรับรู้เงินลงทุนที่ขายหุ้นบริษัทมติชนอีกประมาณ 400-500 ล้านบาท ก็จะทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดี แต่ความสามารถในการทำกำไร อาจจะยังไม่ฟื้นตัวให้เห็น ซึ่งคงเป็นเพียงแต่การขาดทุนลดลง ในช่วง 2-3 ปีจากนี้ไป บริษัทอยู่ระหว่างการลงทุน และต้องใช้เวลากว่าธุรกิจใหม่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้บริษัท

บริษัทแกรมมี่รายงานว่า บริษัทมีรายได้ในงวดไตรมาสแรกปีนี้ อยู่ที่ 2,593 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 11% โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ประมาณ 14% เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 7% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนของรายได้จากธุรกิจเดิม ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจเพลง ธุรกิจดิจิทัล ธุรกิจสื่อ ธุรกิจภาพยนตร์ ธุรกิจบริการรับจัดและบริหารกิจกรรม ธุรกิจแอนิเมชัน และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง อยู่ที่ 2,219 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้สูงกว่าปกติ เพราะมีโครงการพิเศษที่มียอดสูง โดยรายได้จากธุรกิจสื่อมีการเติบโต 14% จากปีก่อน

กำไรจากธุรกิจเดิมอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ธุรกิจใหม่ยังอยู่ในช่วงของการเริ่มลงทุน และยังต้องใช้เวลาในการที่จะถึงจุดคุ้มทุน ดังนั้น ในไตรมาสนี้บริษัทจึงมีผลขาดทุนสุทธิเท่ากับ 226 ล้านบาท

ปีนี้การดำเนินธุรกิจเพลงธุรกิจสื่อ ธุรกิจภาพยนตร์ และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องของกลุ่มบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่นั้น บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจเพลง และดิจิทัลซึ่งจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายปีนี้