บลจ.เอ็มเอฟซีคงเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ 1,690 จุด เชื่อปีหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ เหตุพื้นฐานเศรษฐกิจ-กำไรบริษัทยังเติบโตดี
นายชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายบริหารกองทุน บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดเผยว่า บริษัทยังมีมุมมองในเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยอยู่และยังคงเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยในปีนี้ไว้ที่ 1,690 จุด และมีอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนประมาณ 18 - 20% ซึ่งถือว่าบริษัทจดทะเบียนของไทยยังมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ดีต่อเนื่องส่วนหนึ่งเป็นผลจากประโยชน์ทางภาษีที่ยังจะมีต่อเนื่องในปีนี้ กำลังซื้อของประชาชนที่ดีขึ้นที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการบริโภคในประเทศให้ดีขึ้นด้วย ปัจจุบันตลาดหุ้นไทยซื้อขายที่สัดส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) ที่ประมาณ 14.8 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดอาเซียนด้วยกันที่ประมาณ 15.3 เท่า โดยภาพรวมก็ถือว่าไม่แพงหากเทียบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคด้วยกัน
อย่างไรก็ตามการที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมารอบนี้จนสามารถมายืนเหนือ 1,600 จุด ได้อีกครั้งนั้น จะเห็นว่าไม่ได้ขึ้นมาทุกกลุ่มอุตสาหกรรมบางกลุ่มปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 40% ในขณะที่บางกลุ่มก็ไม่ขึ้น และในรายกลุ่มอุตสาหกรรมเองก็ไม่ใช่หุ้นทุกตัวที่จะปรับตัวขึ้น ดังนั้นในแง่ของการลงทุนจะต้องทำการบ้านในการคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนมากขึ้นเช่นกัน
"ในส่วนของนักลงทุนต่างประเทศตั้งแต่ต้นปีมาจนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นยอดขายสุทธิอยู่ แต่ก็เริ่มเห็นการกลับเข้ามาซื้อมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะโดยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยเองก็ยังสามารถลงทุนได้และมองว่าตลาดหุ้นไทยในรอบนี้ไม่น่าจะหลุดต่ำกว่าระดับ 1,500 จุด ลงไปแล้ว เมื่อตลาดหุ้นปรับฐานลงมาก็จะมีแรงซื้อกลับเข้ามารับตลอดเช่นกัน ดังนั้นในส่วนของนักลงทุนต่างชาติเองยังไม่ทิ้งตลาดหุ้นไทยไปไหนและก็ยังโฟกัสการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียล่างยังไม่ได้โยกขึ้นไปลงทุนในตลาดเอเชียบนด้วยในช่วงที่ผ่านมา"
นายชาคริต เชื่อว่าทั้งปีการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนจะเป็นไปตามที่ตลาดมองกันไว้และหากมองไปถึงปีหน้าโอกาสที่จะเห้นตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาลเกินกว่าระดับ 1,780 จุด ก็มีเช่นเดียวกัน เพราะบุคลิกของตลาดหุ้นไทยเวลาปรับตัวขึ้นมักจะปรับขึ้นแรงกว่าที่คาด ด้วยปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงเติบโตได้ดี หากการลงทุนโครงการภาครัฐดินหน้าเป็นไปตามแผน ประเทศเศรษฐกิจหลักของโลกยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ต่อเนื่องทั้งสหรัฐและญี่ปุ่นก็มีโอกาสที่จะเห็นตลาดหุ้นไทยขึ้นไปทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีหน้าได้เช่นกัน
"หุ้นที่น่าสนใจยังคงเป็นหุ้นที่พึ่งพิงการเติบโตภายในประเทศเป็นหลัก แต่ก็คงต้องคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนมากขึ้นในขณะที่หุ้นในกลุ่มพลังงานยังคงไม่น่าสนใจในปัจจุบัน"









