วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

แรงซื้อต่างชาติที่ย้อนกลับ เริ่มมีผลต่อการเหวี่ยงขึ้นเหนือบริเวณ 1,600 จุดของ SET

SET View
- ประเด็นหลักวันนี้ นอกจากสัญญาณบวกในเชิงพื้นฐานเมื่อพิจารณาจากสัดส่วนการถือครองหุ้นของต่างชาติใน SET50 และยอดซื้อสุทธิสะสมของต่างชาติ 12 เดือนเทียบกับ Market Cap แล้ว ในทางเทคนิคการที่ล่าสุด Indicator ในระยะกลางอย่าง MACD ของดัชนี Accumulated Foreign Fund Flow กลับมามีสัญญาณ Buy Signal ต่ำกว่า Zero Line อีกครั้ง สามารถตีความได้ว่าในระยะ 1 เดือนข้างหน้าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติจะลดบทบาทลง และจะค่อยๆถูกแรงซื้อกลับเข้ามาแทนที่ โดยที่มองว่าหุ้นกลุ่ม Laggard อย่างสื่อสาร, พลังงาน, ปิโตรเคมี และธนาคาร (Market Cap รวม 52%) จะเป็นผู้นำตลาดในช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้นตราบใดที่ SET ไม่ลงไปปิดต่ำกว่า 1,600 จุด ในระยะ 1 เดือนเรายังคงเป้าการพลิกกลับตามรูปแบบ Double Bottom Reversal ไว้ที่ 1,660 (+/-10) จุด
- เรายังคงมองว่าอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิ (Earnings Growth) จะยังคงเป็นจุดเด่นที่สามารถทำให้แนวโน้มตลาดหุ้นไทย Outperform ภูมิภาคต่อไป สะท้อนออกมาจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bloomberg ปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2556 โดยเฉลี่ยของดัชนี MSCI Asia ex Japan ลง 0.6% WoW สู่ระดับ 12.3% YoY แต่ยังคงประมาณการอัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิของตลาดหุ้นไทยในปี 2556 ไว้ที่ 24.0% YoY เท่าเดิม ขณะที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นที่ถูก Bloomberg ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2556 ขึ้นมากที่สุด ได้แก่ TASCO (+24%), KTC (+18%) และ ITD (+10%) ขณะที่หุ้นที่ถูกปรับประมาณการกำไรสุทธิลงมากที่สุด ได้แก่ TVO (-8%), BANPU (-7%) และ IRPC (-6%)
- กลยุทธ์การลงทุน : สำหรับการลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ทยอยซื้อสะสม” กรณีที่ SET ยังคงปิดไม่ต่ำกว่า 1,600 (+/-5) จุด ในหุ้น BBL, BAY, LIVE, SEAFCO, CK, LH, QH, BCP, KAMART, AMATA, MSC, SYMC และ INET อย่างไรก็ดีในกรณีที่ SET ปิดต่ำกว่า 1,600 (+/-5) จุด จะเป็นจังหวะที่ควรขายในลักษณะ “Short Against” ลดความเสี่ยง