วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กำไรอสังหาฯไตรมาสแรกโต3%

"พฤกษา"จ่อปรับเป้ารายได้เพิ่ม ยอมรับหลังแบงก์ชาติเข้มงวดทำให้ผู้ประกอบการระวังตัวมากขึ้น

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ 9 แห่ง รายงานกำไรไตรมาสแรกปีนี้โต 3% ลลิลฯโตมากสุด 185% ขณะที่แสนสิริอ่วมพลิกขาดทุน ด้านพฤกษามองแนวโน้มครึ่งปีหลังอุตสาหกรรมเติบโตดี เล็งปรับประมาณการรายได้เพิ่ม เหตุไตรมาสแรกเกินคาด ยันไม่เกิดฟองสบู่กำลังซื้อที่เพิ่มไม่ใช่แรงเก็งกำไร รับหลังธปท.เข้มงวดทำให้ผู้ประกอบการระวังตัวมากขึ้น ส่วนเพอร์เฟคคาดไตรมาส 2 ปีนี้ ยอดขาย 3.2 พันล้านบาท เล็งคลอดกองทุนอสังหาฯ 2 กองปีนี้มูลค่ารวม 1 พันล้านบาท

จากการรวบรวมข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ พบว่า บริษัทในกลุ่มที่อยู่อาศัย 9 แห่ง รายงานกำไรงวดไตรมาสแรกปีนี้ มีกำไรรวมอยู่ที่ 3.17 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันปีก่อน 3.62% จากมีกำไรรวม 3.07 พันล้านบาท โดยบริษัทลลิล พร็อพเพอร์ตี้ (LALIN) มีกำไรเพิ่มขึ้นมากสุด 185.86% รองลงมาอนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) เพิ่มขึ้น 101.89% บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) เพิ่มขึ้น 99.42% บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท (PS) 22.13% บริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) 11.28%

ขณะที่บริษัทที่มีกำไรลดลงมากสุด ได้แก่ บริษัทแสนสิริ (SIRI) ลดลง 126.89%พลิกเป็นขาดทุน รองลงมาเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ (AP) ลดลง 43.59%พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) ลดลง 34.09% บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ลดลง 3.62%

นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า เป้ารายได้ปีนี้ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเติบโตจากปีก่อน 6-7% เพราะมีโครงการคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จ และจะส่งมอบให้ลูกค้าปีนี้ 7 โครงการ แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตได้ดี แต่จะไม่หวือหวาเท่ากับปีก่อน

"ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตได้ดี และยังมีกำลังซื้อโดยเฉพาะตลาดระดับกลางและล่าง ขณะที่บริษัทสามารถทำตามเป้าที่วางไว้ ซึ่งไตรมาสแรกบริษัทเติบโตถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน" นายทองมากล่าว

เขากล่าวว่า นักลงทุนยังคงเชื่อมั่นกับบริษัท สังเกตได้จากการที่บริษัทเสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 6,000 ล้านบาท ได้รับความสนใจจากนักลงทุน และดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดนี้ต่ำกว่า 4% ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนดอกเบี้ยลดลง จากเดิมที่มีต้นทุนสูงกว่า 4% ทำให้บริษัทมีความสามารถในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำกว่า 1 เท่า ซึ่งบริษัทมีศักยภาพเพิ่มขึ้นและไม่มีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน

ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการซื้อที่ดินในเมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดียเพิ่มอีก 1 แปลง เพื่อพัฒนาโครงการทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยว สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมในเมืองไฮฟง ประเทศเวียดนาม ขณะนี้ได้ก่อสร้างบริษัทร่วมทุนเรียบร้อยแล้ว และได้รับใบอนุญาตให้ลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ปัจจุบันรวบรวมที่ดินได้แล้ว 70% และคาดจะเปิดจองได้ในไตรมาส 3 ปีนี้

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ บริษัทมียอดขายสูงสุดถึง 12,329 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 117% เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2555 ขณะที่มีรายได้รวม 6,340 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% และ 22% ซึ่งถือว่าเป็นยอดขายที่สูงสุดในรอบ 20 ปี เพราะการโอนโครงการที่อยู่อาศัยเป็นไปตามแผนที่วางไว้

ส่วนการที่ภาครัฐอาจจะมีการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย หากมีการลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จะส่งผลให้กำลังซื้อของลูกค้าดีขึ้น ภาระการผ่อนจะลดลง ส่วนบริษัทไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายที่จะเกิดขึ้น สำหรับปัจจัยอื่นๆ ในปีนี้ คงไม่น่ากังวล อาทิเช่น การปรับผังเมืองใหม่หากเกิดขึ้นก็คงต้องปรับเปลี่ยนแผนโครงการต่างๆ ไปตามนั้น ผลกระทบไม่น่าจะมีมากนัก เพราะบริษัทได้มีการศึกษามาเป็นระยะเวลา 1-2 ปีแล้ว

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทอาจมีโอกาสปรับเป้ารายได้ปีนี้ขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้ 3.4 หมื่นล้านบาท หลังแนวโน้มยอดขายของบริษัทเติบโตโดยในไตรมาสแรกสามารถนำได้ 1 ใน 3 ส่วนของเป้าหมาย และถ้าสามารถรักษาระดับการเติบโตเหมือนไตรมาสแรก มีโอกาสที่จะทำให้รายได้รวมเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้อยู่ที่ 35% จากปี 2555 ที่อยู่ที่ระดับ 34%

"ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ถือว่ายังเติบโตได้ดี และเติบโตจากกำลังซื้อที่มาจากดีมานด์ที่แท้จริงไม่สัญญาณของการเก็งกำไรให้เห็น และตลาดที่คึกคักจะอยู่ระดับตลาดกลางและล่าง โดยเฉพาะหลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยคุมสินเชื่อเข้มงวดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ระมัดระวังตัวมากขึ้น โดยเฉพาะบริษัทพฤกษาเองก็จะเน้นที่การซื้อเพื่ออยู่อาศัย และมีการคัดเลือกลูกค้าเป้าหมายอย่างเข้มงวดเพราะไม่สนับสนุนการเก็งกำไร"นายประเสริฐกล่าว

ทั้งนี้ ในไตรมาส 2 ปีนี้ มีแผนเปิดโครงการใหม่ 10-15 โครงการ เป็นโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์และคอนโด เน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่าง ซึ่งเปิดไปแล้วในไตรมาส 1 จำนวน 19 โครงการ ขณะที่แผนเปิดโครงการใหม่ทั้งปีนี้ที่ 78 โครงการมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ 3.5 หมื่นล้านบาท

ส่วนนายธีรรัชช์ สิงห์ณรงค์ธร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มสนับสนุนสายงานนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทพร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้ ยังเติบโตดี โดยคาดจะมีรายได้ยอดขาย 3.2 พันล้านบาท โดยจะมาจากโครงการบ้านเดี่ยว 2.3 พันล้านบาท และคอนโดมิเนียม 700-800 ล้านบาท ประเมินครึ่งปีหลังยังเติบโตได้ดี แต่บริษัทยังไม่ได้ปรับประมาณการใหม่

"ขณะที่การระดมทุนผ่านกองทุนอสังหาริมทรัพย์ปีนี้จะเสนอขาย 2 กองทุน โดยอยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่ง เพื่อเสนอขายประมาณปลายไตรมาส2 ปีนี้ มูลค่า 500 ล้านบาท และจะนำสินทรัพย์โครงการที่ศาลยาเข้ากองทุน ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพัก 60-70%" นายธีรรัชช์กล่าว

เขากล่าวว่า ขณะที่อีก 1 กองทุนคาดจะเสนอขายครึ่งปีหลัง ซึ่งได้เลื่อนออกมา เพราะอัตราการเข้าพักยังไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งกองทุนนี้จะนำสินทรัพย์โครงการที่ จ.เชียงใหม่