วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีเชื่อมั่นราคาทองพ.ค.วูบ แนะลดพอร์ต

ศูนย์วิจัยทองคำเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองเดือน พ.ค.ลดลงมาอยู่ที่ 45.50 จุด จาก 52.84 จุดในเดือนก่อน แนะลดพอร์ตการลงทุน

ดร.ภูษิต วงศ์หล่อสายชล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำ (Gold Price Sentiment Index) ประจำเดือน พ.ค. มีค่าเท่ากับ 45.50 จุด จากเดือน เม.ย.ที่ระดับ 52.84 จุด ซึ่งสะท้อนมุมมองเชิงลบหลังจากราคาทองคำปรับตัวลดลงแรงช่วงเดือน เม.ย. แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มนักลงทุนจะมีทัศนคติเชิงลบ จากก่อนหน้านี้ถือสินทรัพย์ทองคำไว้มากโดยมีค่าความเชื่อมั่นเฉพาะกลุ่มนักลงทุนอยู่ที่ 43.54 จุด ขณะที่กลุ่มผู้ค้ามองว่าอาจฟื้นตัวได้ในระยะสั้น โดยมีค่าดัชนีเฉพาะกลุ่มผู้ค้าที่ 57.52 จุด ทั้งนี้ ค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ รวมถึงวิกฤติหนี้ยุโรป การเก็งกำไร และทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังคงเป็นปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างให้ความสำคัญ

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ทั้งกลุ่มผู้ลงทุนและกลุ่มผู้ค้าทองคำมีทัศนคติไปในทิศทางเดียวกัน โดยยังมั่นใจว่าราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ระดับความเชื่อมั่นลดลงจากการสำรวจในช่วงเดือนเมษายนจากระดับ 65.06 จุดมาที่ระดับ 56.72 จุดในเดือนพฤษภาคม สะท้อนความไม่แน่ใจในการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในประเทศ ซึ่งเป็นการลดลง 2 เดือนติดต่อกัน ปัจจัยที่กลุ่มตัวอย่างเชื่อว่ามีกระทบราคาทองคำในช่วงสามเดือนข้างหน้า คือการเก็งกำไรค่าเงินบาท และวิกฤติหนี้ยุโรป

ดร.ภูษิต กล่าวว่า ในช่วงราคาทองคำขาลงและยังผันผวน แนะนำนักลงทุนไม่ควรถือทองข้ามวันหยุด โดยเฉพาะในปีนี้ประเทศไทยมีช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันหลายช่วง จึงแนะนำให้นักลงทุนถือเงินสดแทน เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากมีสถานการณ์จากต่างประเทศที่มีผลต่อราคาทองทำในช่วงวันหยุด

ด้านนายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า จากการจัดทำบทสรุปความคิดเห็นผู้ค้าทองคำ (Gold Trader Consensus) จำนวน 16 ตัวอย่าง ในเดือน พ.ค.มองราคาการเคลื่อนไหวราคาทองคำในกรอบ 1,300-1,560 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยมองช่วงราคาต่ำสุดระหว่าง 1,300-1,440 ดอลลาร์/ออนซ์ และช่วงราคาสูงสุดที่ 1,480-1,560 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศ กลุ่มตัวอย่างมองกรอบราคาสูงสุดระหว่าง 20,500-21,900 บาท/บาททองคำ และช่วงราคาต่ำสุด อยู่ระหว่าง 18,900-20,500 บาท/บาททองคำ

ราคาทองคำภายในประเทศยังมีปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทผันผวน ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กระทบจิตวิทยาการลงทุนในประเทศเป็นปัจจัยสำคัญ โดยปัจจัยเรื่องค่าเงินบาทยังเป็นตัวแปรสำคัญทำให้ไม่สามารถประเมินราคาทองคำในประเทศช่วงครึ่งปีหลังได้ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องติดตามถึงสถานการณ์ค่าเงินบาท รวมถึงปัจจัยที่จะมีผลให้ค่าเงินบาทผันผวน อาทิ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่จะช่วยกระตุ้นโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ เป็นต้น

ทั้งนี้ ประเมินกรอบราคาทองคำในประเทศ ภายใต้สมมติฐานค่าเงินบาทที่ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะมีกรอบการเคลื่อนไหวที่ 18,000-20,500 บาท หากค่าเงินบาทแข็งค่าบริเวณ 28 บาท/ดอลลาร์ หรือต่ำกว่านั้น มีโอกาสเห็นกรอบราคาทองคำในประเทศด้านแนวรับต่ำลงประมาณ 17,000-16,000 บาท

ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อราคาทองคำนอกเหนือจากค่าเงินบาท ในช่วงเดือนพ.ค. นี้ได้แก่ ความต้องการทองคำในภูมิภาคเอเชียที่สูงขึ้น อาทิ จีน อินเดีย รวมถึงไทย การผ่อนคลายนโยบายทางการเงินของยุโรปหลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ทำให้ความกังวลด้านเงินเฟ้อและการเข้าซื้อเก็งกำไรทองคำเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยบวกสนับสนุนราคาทองคำ ส่วนปัจจัยลบที่นักลงทุนต้องติดตาม ได้แก่ สกุลเงินดอลลาร์ที่เริ่มแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ, การคาดการณ์ว่ามาตรการเพิ่มสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐ (QE) อาจสิ้นสุดเร็วขึ้น และการขายทองคำอย่างต่อเนื่องของกองทุน ETF อาทิ SPDR

ด้านกรอบราคาทองคำในตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลังประเมินไว้ที่ 1,250-1,450 ดอลลาร์/ออนซ์ อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าราคาทองคำมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นถึงระดับ 1,700-1,750 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นกรอบสูงสุดที่ประเมินไว้ตั้งต้นปี หากเกิดสถานการณ์ดังต่อไปนี้ 1.ภาวะสงคราม อาทิ ความกังวลในเกาหลีหรือซีเรีย 2.การแตกกลุ่มของสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งจะทำให้นโยบายทางการเงินของสกุลเงินผันผวนมากขึ้น 3.สงครามค่าเงินซึ่งจะกระทบประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ และ 4.ภาวะเงินเฟ้อและเงินฝืด หลังจากที่สหรัฐฯได้ใช้มาตรการทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ มองว่าทั้ง 4 สถานการณ์มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นน้อย

นายกมลธัญ กล่าวอีกว่า จากผลการวิจัยที่สะท้อนภาพราคาทองคำในระยะสั้นยังคงเป็นขาลง จึงแนะนำนักลงทุนควรลดพอร์ตทองคำลง อาทิ จากเดิมที่เคยถือครองทองคำประมาณ 40-50% ของพอร์ตการลงทุน แนะนำให้ลดการถือครองทองคำเหลือ 10%