วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขสมก.เร่งประมูลซื้อรถเมล์เอ็นจีวี

ขสมก.เดินหน้าประกวดราคาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี คาดประกาศเชิญชวนภายในเดือนส.ค.นี้ พร้อมทยอยรับมอบรถเมล์ตั้งแต่เดือนพ.ค.57

พลเอกพฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วานนี้ (8 พ.ค.) ว่า ได้ติดตามความคืบหน้าการจัดซื้อรถโดยสารใช้เอ็นจีวี จำนวน 3,183 คัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาคณะกรรมการพิจารณากำหนดร่างรายละเอียดเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) เบื้องต้นจะประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 7คน เช่น ผู้แทนจากขสมก. กรมการขนส่งทางบก อุตสาหกรรมยานยนต์การผลิตรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงผู้สังเกตการณ์อื่นๆ เช่น ตัวแทนผู้พิการ

ทั้งนี้ ต้องสรรหาคณะกรรมการฯ ให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนมิ.ย.นี้ จากนั้นคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวจะกำหนดเงื่อนไขในการประกวดราคา รวมทั้งคุณสมบัติของรถโดยสาร และเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน คาดว่าจะสามารถประกาศประกวดราคาได้ภายในเดือนก.ค.-ส.ค.2556 โดยให้ผู้สนใจจัดเตรียมเอกสารในการยื่นข้อเสนอภายในเดือนส.ค.-ก.ย.2556 และจะทราบผลการประกวดราคาในเดือนต.ค.2556 โดยรถโดยสารงวดแรกจะรับมอบ จำนวน 250 คัน ประมาณเดือนพ.ค. 2557

"ผมมอบนโยบายภาพรวมในการจัดทำทีโออาร์ โดยให้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ และเน้นให้จัดซื้อรถโดยสารที่ทันสมัย คุณภาพดีเหมาะสมกับการใช้งานทั้งรถปรับอากาศและรถธรรมดา รวมทั้งสามารถซ่อมบำรุงใช้งานได้ยาวนานด้วย ขณะเดียวกันอาจจะกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประกวดราคาต้องนำชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศมาประกอบในการผลิตรถยนต์ด้วย ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมผู้ผลิตยานยนต์ภายในประเทศ รวมทั้งอาจต้องมีการกำหนดระยะเวลานำส่งอะไหล่และซ่อมบำรุงที่เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ กรณีที่รถเสียต้องมีอะไหล่เปลี่ยนภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชน"พลเอกพฤณท์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดในทีโออาร์ ไม่ว่าจะเป็น สเปคของรถยนต์ ราคากลางอะไหล่และชิ้นส่วน สัดส่วนของชิ้นส่วนรถยนต์ภายในประเทศที่จะนำมาประกอบการผลิตรถยนต์ และระยะเวลาการซ่อมบำรุงที่เหมาะสม ซึ่งราคากลางจะไม่เกินที่เสนอครม.คือ รถโดยสารปรับอากาศไม่เกินคันละ 4.5 ล้านบาท รถโดยสารธรรมดาไม่เกินคันละ 3.8 ล้านบาท

พลเอกพฤณท์ กล่าวถึงแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของขสมก.ว่า ปัจจุบันมีหนี้ประมาณ 8หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างจัดจ้างที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินเข้ามาวางแผนบริหารจัดการหนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะประกอบด้วย แนวทางการผ่อนชำระหนี้ แนวทางการจัดหารายได้ รวมทั้งการเตรียมจัดทำโครงการเกษียณอายุก่อน การโอนย้ายพนักงานเก็บค่าโดยสารไปแผนกอื่นเพื่อรองรับระบบตั๋วโดยสารอัตโนมัติ