คลัง-แบงก์ชาติเตรียมคลอดแพ็คเกจดูแลค่าเงินบาท ระบุเริ่มเคลื่อนไหวทรงตัว ยังไม่จำเป็นต้องงัดมาตรการที่เตรียมไว้ออกมาสกัดเงินไหลเข้า
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวานนี้(7พฤษภาคม)กระทรวงการคลังได้รายงานให้ที่นายกรัฐมนตรีและที่ประชุมได้รับทราบถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทและแนวทางในการดูแลค่าเงินไม่ให้แข็งค่า โดยแนวทางในการดูแลค่าเงินบาทนั้น เป็นแนวทางทั้งในฝั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ส่วนการนำไปใช้นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ค่าเงิน
"ขณะนี้ ยังไม่มีมาตรการอะไรออกมา แต่หากจำเป็นก็ต้องมีมาตรการมาดูแล ตอนนี้เงินบาทเทียบดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ประมาณ 29.5-29.6 ก็ไม่ได้แสดงการแข็งค่าเกินไป ถือว่า ทรงตัว การบริหารเงินบาทถือเป็นหน้าที่ของแบงก์ชาติ ส่วนคลังก็มีหน้าที่รายงานต่อคณะรัฐมนตรี"
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า การเข้าลงทุนในตลาดพันธบัตรของนักลงทุนต่างชาติ ได้ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งแบงก์ชาติเองก็เห็นว่า หากต้องใช้มาตรการการลดอัตราดอกเบี้ย ไม่แน่ใจว่า จะทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตรลดลงหรือไม่ เพราะหลายประเทศที่ได้ดำเนินการในแนวทางดังกล่าว ก็ไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตรลดลง ขณะที่ มาตรการคุมเงินไหลเข้าก็ยังไม่มีประเทศใดที่นำมาใช้เช่นกัน เพราะเกรงว่า จะทำให้นักลงทุนหนีออกจากจากตลาดพันธบัตร และ ทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวสูงขึ้น
"ส่วนต่างดอกเบี้ย เป็นเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติเขาสนใจ เพราะดอกเบี้ยเราแตกต่างเยอะ ส่วนการกีดกันไม่ให้เงินเข้ามานั้น ยังไม่มีประเทศใดนำมาใช้ เพราะจะทำให้คนลงทุนในตลาดตราสารระยะยาวหนีออกไป ก็มีผลต่อดอกเบี้ยระยะยาวให้สูงขึ้น"
ส่วนกรณีที่ที่ประชุมเอดีบีมองว่า การใช้นโยบายดอกเบี้ยเพื่อดูแลการไหลเข้าของเงินทุนจะทำให้เศรษฐกิจกลุ่มประเทศเอเชียเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในส่วนกรณีของไทยนั้น หากเราจำเป็นต้องใช้นโยบายลดดอกเบี้ยเพื่อดูแลค่าเงินบาท เราก็จะไม่ได้ทำเพียงมาตรการเดียว โดยจะต้องมีมาตรการเข้ามาเสริม เพื่อดูแลไม่ให้การปล่อยสินเชื่อขยายตัวมากเกินไป หรือ กล่าวได้ว่า หากจะมีมาตรการด้านดอกเบี้ย ก็จะต้องออกมาตรการที่เป็นแพ็กเกจ เพื่อดูแลภาพรวมเศรษฐกิจด้วย









