นักวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเผยหากค่าเงินบาทแข็งแตะระดับ 28 บาท/ดอลลาร์ จีดีพีลดลง 0.5-1% ถ้าไปถึง 27 บาท/ดอลลาร์ ธุรกิจเจ๊งยับ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หากเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง และหลุดไปจากระดับ 28 บาท/ดอลลาร์ ก็อาจจะมีผลกระทบต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ให้ลดลง 0.5-1% และหากเงินบาทแข็งค่าไปถึงระดับ 27 บาท/ดอลลาร์ ก็เชื่อว่าจะมีอีกหลายบริษัทที่ต้องปิดกิจการ ส่วนในแง่ผลกระทบต่อการส่งออกนั้นอาจทำให้การส่งออกปีนี้ขยายตัวได้ไม่ถึง 3% และทำให้ GDP ในปีนี้จะเหลือโตไม่เกิน 4.5% จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะโตได้ราว 5%
หนุนเก็บภาษีต่างชาติลงทุนบอนด์ระยะสั้น
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ในทางทฤษฎีแล้วอัตราดอกเบี้ยต่ำจะทำให้เงินทุนไหลเข้าน้อยลง แต่ในความจริงแล้วการที่เงินทุนไหลเข้าน้อยลงยังมีผลมาจากปัจจัยอื่นด้วย เพราะหากพิจารณาดูจะพบว่ามีหลายประเทศที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าไทยแต่กลับไม่ได้มีเงินทุนไหลเข้าประเทศมากนัก
การจะพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นสิ่งที่ต้องเลือกระหว่างการดูแลอัตราเงินเฟ้อในประเทศ หรือการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะเลือกให้ดอกเบี้ยดูแลอัตราเงินเฟ้อ และก็ทำได้ดีเพราะในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยไม่ได้อยู่ในระดับสูง ดังนั้นถ้า ธปท.เลือกจะทิ้งการดูแลอัตราเงินเฟ้อ แล้วหยิบยกเรื่องดอกเบี้ยมาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ก็ทำให้มีความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ และความกังวลต่อปัญหาฟองสบู่หรือไม่
"การดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ก็นับเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ยังมีเครื่องมืออีกหลายตัวที่รัฐบาลใช้ได้ในการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจดูแลเป็นกลุ่ม อย่างดูว่ากรณีเงินไหลเข้านั้น ไหลเข้าไปที่ไหนบ้าง เช่น ตลาดพันธบัตร ดังนั้นอาจจะมีการเก็บภาษีของตลาดพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งจะเป็นการแก้ได้ตรงจุดและไม่กระทบกับตลาดในภาพรวม เพราะฉะนั้นยังมีอีกหลายเรื่องที่จะ control เงินไหลเข้าโดยผ่านมาตรการอื่นๆ แทน เพราะหากเราส่งสัญญาณว่าจะใช้อัตราดอกเบี้ยเมื่อใด คนจะรู้ว่าเราปล่อยเรื่องของเงินเฟ้อแล้ว คนก็จะคาดกันว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น"นางเสาวณีย์ ระบุ









