"ธนิต"เตรียมส่งหนังสือถึงคลัง-ธปท.พรุ่งนี้เสนอ 7 แนวทาง สู้บาทแข็ง แนะตั้งกองทุน 1 หมื่นล้านบาท ช่วยเหลือเอสเอ็มอีขาดสภาพคช่อง
นายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการและรักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในการเสวนารับฟังความเห็นเรื่องทิศทางการแข็งค่าเงินบาทและกรณีศึกษาการแก้ปัญหาของผู้ประกอบการส่งออก ว่า ส.อ.ท.จะข้อเสนอที่ได้จากการรับฟังความเห็นครั้งนี้เป็นหนังสือให้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในวันที่ 30 เม.ย.2556 รวม 7 ข้อ คือ 1.ขอให้ ธปท.ดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนและสอดคล้องกับภูมิภาค
2.ให้ ธปท.และกระทรวงการคลังสนับสนุนเอสเอ็มอีรวมกลุ่มเพื่อขอทำประกันความเสี่ยงค่าเงินบาท และให้สถาบันการเงินลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมลง 3.ให้ผู้ส่งออกเปิดแอล/ซีในสกุลเงินบาทได้เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน 4.ให้กระทรวงพาณิชย์ตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ส่งออกหาตลาดใหม่ เช่น พาผู้ส่งออกหาตลาดใหม่ อุดหนุนค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ
5.ให้กระทรวงการคลังตั้งกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าวงเงิน 5,000-10,000 ล้านบาท เพื่อให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเสริมสภาพคล่องและอุดหนุนดอกเบี้ยในการลงทุนปรับเปลี่ยนเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 6.ให้กระทรวงการคลังและ ธปท.ออกมาตรการป้องกันเงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรในระยะสั้น 7.ให้กระทรวงการคลังทบทวนอัตราชดเชยภาษีสำหรับผู้ส่งออก (มุมน้ำเงิน) เพิ่มขึ้น
นายธนิต กล่าวว่า นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธาน ส.อ.ท.จะเข้าพบนายประสารวันที่ 30 เม.ย.นี้ ซึ่งกลุ่มของตนคงไม่ได้ไปเข้าพบด้วยแต่จะส่งหนังสือไปแทน โดยเชื่อว่า ธปท.คงไม่สับสนที่มีความเห็นจาก ส.อ.ท. 2 ชุด เพราะเข้าใจว่าทุกคนทำเพื่อสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า และที่ผ่านมานายประสานก็ทำหนังสือถึงตนเพื่อชี้แจงความเห็นที่เสนอไปก่อนหน้านี้ ซึ่งนายประสารชี้แจงว่าการพิจารณาปรับดอกเบี้ยนโยบายต้องพิจารณาข้อมูลหลายด้าน เช่น อัตราเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ แต่ ธปท.ก็ไม่ปฏิเสธแนวคิดเรื่องการลดดอกเบี้ยนโยบาย









