ส.อ.ท.เตรียมเสนอ 4 ข้อเรียกร้องของภาคเอกชน ต่อนายกฯ-แบงก์ชาติ-คลัง ดูแลค่าเงินบาท อุ้มส่งออก ลดดอกเบี้ย 0.75% ใกล้เคียงไต้หวัน-มาเลย์ฯ
นายธนิต โสรัตน์ เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในการเสวนารับฟังความเห็นเรื่องทิศทางการแย็งค่าเงินบาท และกรณีศึกษาการแก้ปัญหาของผู้ประกอบการส่งออกว่า ส.อ.ท.จะส่งหนังสือถึงนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อดูแลอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบกับผู้ส่งออกในขณะนี้ โดย สอท.มีความขัดแย้งกันอยู่แต่การช่วยเหลือสมาชิกก็ต้องดำเนินการต่อ ซึ่งต้องการให้ภาครัฐดำเนินการ 4 เรื่อง
คือ 1.ให้ ธปท.ดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพเพราะตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากและทำให้ผู้ส่งออกไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันน้อยกว่า
2.ต้องการให้ ธปท.มีมาตรการบริหารจัดการเงินทุนเคลื่อนย้าย เช่น การเก็บภาษีเงินทุนไหลเข้าที่เข้ามาเก็งกำไรระยะสั้น แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบและไม่กระทบกับตลาดทุน
3.ลดดอกเบี้ยเพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารเงินทุนไหลเข้า โดยควรลดดอกเบี้ยนโยบายให้อยู่ระดับ 2 % จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 2.75 % ซึ่งเมื่อเทียบดอกเบี้ยนโยบายของมาเลเซียและไต้หวันที่ใกล้เคียงกันที่ 1.5 % สหรัฐ 1.0 % ยุโรป 0.75 % และญี่ปุ่น 0.01 % ถือว่าดอกเบี้ยนโยบายไทยค่อนข้างสูง
4.ขอให้รัฐบาลและ ธปท.สนับสนุนให้ผู้ประกอบการทำป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่มีข้อจำกัดด้านวงเงินที่จะทำการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน









