วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนมี.ค.สูงรอบ18เดือน

ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมี.ค.56 ปรับตัวสูงสุดในรอบ 18 เดือน อัตราใช้กำลังการผลิตสูงสุดในรอบ 82 เดือน

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคม 2556 ว่า มีค่าระดับ 194.34 กลับมาขยายตัวเป็นบวกอีกครั้ง หลังจากติดลบในเดือนที่ผ่านมา โดยขยายตัว 0.5% ทั้งนี้ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมีนาคม 2556 เป็นระดับสูงสุดในรอบ 18 เดือน

สำหรับอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 70.4% เป็นระดับสูงสุดในรอบ 82 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2549

ส่วนดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไตรมาส 1 ปี 2556 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีอัตราการใช้กำลังการผลิต 66.80% ถือเป็นการปรับตัวลดลงจากไตรมาส 4 ปี 2555 ที่ขยายตัว 43.84% ซึ่งเป็นผลจากฐานการคำนวณที่เข้าสู่ภาวะปกติหลังอุทกภัยแล้ว

โดยอุตสาหกรรมหลักที่เป็นปัจจัยหนุนให้ดัชนีฯ ไตรมาสแรกขยายตัว เกิดจากแรงขับเคลื่อนจากการผลิตรถยนต์ที่เติบโต 47.47% เป็นผลมาจากการเร่งผลิตรถยนต์ในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ซึ่งยังค้างส่งมอบตั้งแต่ปีก่อน ประกอบกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายที่มีการจัดโปรโมชั่นที่มีการแข่งขันรุนแรงตั้งแต่ช่วงต้นปี เพื่อกระตุ้นยอดขาย

ขณะที่การผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รวมทั้งน้ำดื่มบรรจุขวด เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.66 จากการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรม และจากสภาพอากาศที่ร้อนมากขึ้น ทำให้ความต้องการสินค้าในตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการผลิตเครื่องปรับอากาศ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 24.91% เนื่องจากปีนี้ดำเนินการผลิตได้ตามปกติ

ขณะที่ช่วงนี้ของปีก่อนอยู่ระหว่างการฟื้นฟูเครื่องจักรหลังน้ำลด และการที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม

ส่วนอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบด้านลบ ได้แก่ การผลิตเครื่องจักรสำนักงาน เครื่องทำบัญชีและเครื่องคำนวณ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ภาวะการผลิตลดล 7.34% เนื่องจากไตรมาสนี้ของปีก่อน ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ทุกโรงงานต่างเร่งการผลิตเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยในส่วนที่เกิดวิกฤติน้ำท่วม และส่งมอบสินค้าที่ค้างส่งจากช่วงดังกล่าว หลังกลับมาเดินเครื่องผลิตสินค้าได้ตามปกติ

การแปรรูปและการถนอมสัตว์น้ำ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ภาวการณ์ผลิตลดลง 6.93% เนื่องจากปัญหาโรคระบาดของกุ้ง และการผลิตเครื่องแต่งกาย ยกเว้นเครื่องแต่งกายที่ทำจากขนสัตว์ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ภาวะการผลิตลดลง 14.33% จากการชะลอตัวของตลาดหลัก คือ สหรัฐและยุโรป ซึ่งประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ และมีการย้ายโรงงานผลิตบางส่วนไปประเทศเพื่อนบ้าน หลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานและต้นทุนค่าแรงสูงขึ้น