วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทิสโก้เชื่อบาทมีเสถียรภาพช่วงครึ่งปีหลัง

"ทิสโก้"มองเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่อเนื่อง ความเสี่ยงหลักในโลกลดลง มองค่าเงินบาทจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในครึ่งปีหลัง

นายกำพล อดิเรกสมบัติ หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้ยังอยู่ในแนวของการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยการเติบโตของโลกยังอยู่ในภูมิภาคอาเซ๊ยนและญี่ปุ่น ในส่วนของความเสี่ยงของโลกเองนั้นประเด็นการถอนมาตรการกระตุ้นผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของสหรัฐน่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดแต่ประการใดเพราะแม้จะชะลอหรือหยุดมาตรการ QE ไปแต่สหรัฐก็ยังจะคงต้องดำรงสภาพคล่องไว้ในระดับสูงเพื่อเอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไปทั้งการคงนโยบายดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำตลอดจนการยังไม่ซื้อคืนพันธบัตรเพื่อดูดสภาพคล่องเข้ามาในระบบแต่ประการใด และตัวเลขเศรษฐิจต่างๆ ของสหรัฐเองก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นทั้งการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นตลอดจนผลิตภาพทางการผลิตที่เพิ่มขึ้น ทำให้เป็นการเพิ่มขึ้นเชิงคุณภาพที่จะส่งผลดีต่อการบริโภคของคนสหรัฐต่อไป รวมทั้งราคาบ้านใน 20 เมืองใหญ่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้จึงน่าจะโตได้ประมาณ 2 - 3% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ใช้ได้กับประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นสหรัฐ

นอกจากนี้การปรับลดค่าใช้จ่ายของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมาก็เป็นไปด้วยดีและไม่ได้มากอย่างที่ตลฃาดคาดการณ์ไว้ ในส่วนของการขยายเพดานหนี้สหรัฐก็มีการขยายเวลาออกไปในช่วงเดือนพ.ค.56 ซึ่งคงจะต้องคุยกับให้เรียบร้อยเพราะไม่เช่นนั้นมีโอกาสที่เพดานหนี้จะขยับขึ้นไปชนเพดานได้ในช่วงเดือนส.ค.56 ปีนี้ ภาพของหสรัฐจึงยังคงเป็นมุมมองเชิงบวกอยู่ต่างจากยุโรปที่เศรษฐกิจยังมีสัญญาณอ่อนแอ

"ค่าเงินบาทของไทยเองในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวแข็งค่าขึ้นมาเร็วมากจนทะลุ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐแล้วก็ตาม แต่บริษัทยังมองว่าค่าเงินบาทในปีนี้น่าจะอยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณ 28.5 - 29.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และไม่น่าจะทะลุระดับ 28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐลงไป และค่าเงินบาทมีแนวโน่มจะกลับมามีเสถียรภาพหรือออ่นค่าได้ในช่วงครึ่งปีหลัง มุมมมองตลาดส่วนใหญ่ก็มองเฉลี่ยไว้ที่ระดับ 29.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) คงกลับมาดูแลค่าเงินบาทตามปกติหลังจากที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาแต่ธปท.คงไม่เข้าไปทำอะไรเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงิน แต่คงจะดูแลให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพมากขึ้น ในประเด็นของการปลดผู้ว่าธปท.เชื่อว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก เพราะธปท.ก็มีความเป็นอิสระของตัวเองซึ่งเป็นที่ยอมรับของต่างประเทศและถือเป็นจุดดีหนึ่งของธปท.ไทย ซึ่งหากการเมืองเข้าไปแทรกแซงการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ว่าธปท.ได้จริงก็คงส่งผลต่อภาพลักษณ์ความเป็นอิสระของธปท.ไทยด้วยเช่นกัน"