"กิตติรัตน์"เล็งตั้งกองทุนบริหารทรัพย์สินประเทศหวังเพิ่มมูลค่า ชี้เป็นแนวทางบริหารระบบเศรษฐกิจยั่งยืนคู่ลงทุนระบบคมนาคม 2 ล้านล้าน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังรัฐบาลดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และวางแผนที่จะลงทุนในระบบคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐานประเทศแล้ว จากนี้ไปรัฐบาลจะหันมาดูแลเพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินประเทศ ถือเป็นแนวทางบริหารจัดการเศรษฐกิจให้ยั่งยืนมากขึ้น
"หลายประเทศพัฒนาระบบเศรษฐกิจมาอยู่ในขั้นที่เรียกว่า พัฒนาสูงสุด คือ หาช่องที่จะปรับประสิทธิภาพไม่ออกแล้ว ระบบเศรษฐกิจก็จะไม่ขยายตัวหรือเรียกว่า No Growth ถามว่าไทยจะหมดมุกเร็วไหม ไม่เร็ว เหตุผล คือ เรายังมีทรัพย์สินและอีก 7 ปี ลงทุนคมนาคมขนส่งให้ดี ระหว่างที่ยุโรป หรือผู้ซื้อรายสำคัญยังไม่เป็นผู้นำส่งออก คุณพึ่งพาการลงทุนในประเทศ พอเขาฟื้นขึ้นมาหันมาอีกทีไทยจะเป็นคู่ค้ารายสำคัญ พัฒนาเศรษฐกิจต่อไปได้อีกหลายทศวรรษ"
การบริหารจัดการหรือพัฒนาทรัพย์สินของประเทศในเชิงรุก โดยเฉพาะที่อยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ เพื่อให้ทรัพย์สินที่มีอยู่ทั่วประเทศจำนวนมากก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจอย่างคุ้มค่า และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ยั่งยืน ต้องมีการศึกษาและออกแบบที่ดี การจัดตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อศึกษานั้นเป็นแนวทางที่เป็นแนวคิดของกระทรวงการคลัง
"เช่น ถ้าเราอยากย้ายคุกงามวงศ์วาน 490 ไร่ เพราะรถไฟสายสีแดงผ่าน ก็ต้องศึกษาออกแบบที่ใหม่ เหมาะสมไหม หน้าตาจะเป็นอย่างไร เมื่อย้ายแล้วประโยชน์คุ้มค่าหรือไม่ หรืออยากชวนกระทรวงกลาโหมให้มีสำนักงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นก็ต้องมีการศึกษา"
เขากล่าวว่า ที่ผ่านมา ไทยมักสนใจภารกิจประเทศเรื่องเดิมๆ เช่น บริหารงบประมาณ หรือบริหารหนี้สิน ซึ่งรัฐบาลก็แน่ใจว่าจะบริหารจัดการได้อย่างระมัดระวัง แต่เรื่องการบริหารทรัพย์สินไม่ค่อยมีใครพูดถึง
"ไทยมีทรัพย์สินมหาศาลที่ยังไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าตามสมควร ไม่เกิดรายรับที่ดี การบริหารจัดการที่เกิดภาระต้นทุนเกินสมควร จึงเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาลหรือกระทรวงการคลังอีกด้านในการเข้าไปดูแล"
เขายกตัวอย่างว่า มีหน่วยงานราชการบางแห่ง อยู่ในสถานที่สำคัญของประเทศที่จะนำมาซึ่งรายได้และธุรกิจท่องเที่ยว โดยพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ ก็จะดึงรายรับเข้าประเทศ หรือสนามบินบางแห่งนำมาพัฒนาให้เหมาะสมด้วยเงินลงทุนเพียงเล็กน้อย ก็ทำประโยชน์ให้ต่อสนามบินหรือประเทศได้มากกว่านี้
รมว.คลัง กล่าวอีกว่า แม้แนวนโยบายดังกล่าวจะถือเป็นภารกิจที่ไม่เกิดผลในทันทีต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ถ้าเริ่มวันนี้ จะกลายเป็นประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจมหาศาล นอกจากนี้ ยังมีสำนักงานในต่างประเทศ เช่น สถานทูต หลายแห่งต้องจ่ายค่าเช่าในอัตราสูง ถ้าซื้อให้เป็นของรัฐบาล แล้วลดงบประมาณรายจ่ายลง ก็เชื่อมั่นว่า จะเกิดความคุ้มค่าได้อย่างแน่นอน









