SET เปราะบางมาก มี 1,500 จุดเป็นจุดตัดสินใจ ยืนได้ดีดกลับ แต่ต่ำกว่าจะลงลึกอีกครั้ง
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ การขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยกดดันของตลาดหุ้นเอเชียในสัปดาห์นี้ หลังจากที่ล่าสุดจีนรายงานตัวเลข GDP Growth ในไตรมาสที่ 1 ออกมาเพิ่มขึ้นเพียง 7.7% YoY ลดลงจาก 7.9% ในไตรมาสที่ 4 และต่ำกว่าที่ Consensus คาดที่ 8% ขณะที่ล่าสุดธนาคารโลกปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556 ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาของเอเชียตะวันออกลง 0.1% สู่ระดับ 7.8% อย่างไรก็ดีตลาดหุ้นไทยอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่าจากการที่ธนาคารโลกปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2556 และ 2557 ขึ้น 0.3% และ 0.5% สู่ระดับ 5.3% และ 5.0% ตามลำดับ ดังนั้นในวันนี้ถ้า SET พักตัวลงตามตลาดหุ้นภูมิภาคแต่ปิดไม่ต่ำกว่า 1,500 จุดอีกครั้ง เราประเมินว่า SET ยังมีโอกาสแกว่งตัวขึ้นได้ตามสถิติของ “Post Songkran Rally” ไปที่ 1,565-1,580 จุดในช่วงที่เหลือของ เม.ย.2556 แต่ถ้า SET ปิดต่ำกว่า 1,500 จุดอีกครั้ง มีโอกาสที่จะถูกแรงขายของนักลงทุนต่างชาติออกมาซ้ำให้ SET ลงไปต่ำกว่า 1,460 จุดอีกครั้งในช่วงที่เหลือของ เม.ย.2556 เช่นกัน
รายงานจาก Merrill Lynch (ML) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (4-10 เม.ย.) พบว่ามีกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าตลาดหุ้นโลกเป็นสัปดาห์ที่ 20 ติดต่อกัน ซึ่งถือว่ายาวนานที่สุดในรอบ 17 ปีอีก 3.1 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ดีสิ่งที่เรากังวลคือแนวโน้มเงินทุนที่ยังคง Switch ออกจากตลาดหุ้น Emerging Market ราว 746 ล้านดอลลาร์ เข้าไปยังตลาดหุ้น Developing Market อีก 3.9 พันล้านดอลลาร์ โดยที่หลักๆไหลเข้าไปยังตลาดหุ้นสหรัฐ 2.4 พันล้านดอลลาร์ และญี่ปุ่น 823 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินทุนไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชีย และไทยราว 405 และ 371 ล้านดอลลาร์
กลยุทธ์การลงทุน ลงทุนระยะสั้น (1-2 สัปดาห์) แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ลุ้น Rebound กรณี SET ปิดเหนือ 1,500 จุดได้เท่านั้น ในหุ้น BCP, BBL, LIVE, SEAFCO, CK, LH, SIRI, ROJNA, KAMART, AH, SYMC, MSC และ INET แต่กรณี SET ปิดต่ำกว่า 1,500 จุด จะเป็นสัญญาณขายอีกครั้ง









