กรมการค้าภายในเตรียมนำงบประมาณที่เหลือจากโครงการร้านถูกใจ 190 ล้านบาท พัฒนาธุรกิจค้าปลีกช่วยปชช.ลดค่าครองชีพ พร้อมดึงสยามแม็คโครร่วม
นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯเตรียมนำงบประมาณที่เหลือจากโครงการร้านค้าถูกใจ จำนวน 190 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด 1,320 ล้านบาท มาใช้ในการพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และเป็นทางเลือกให้ประชาชนในการลดค่าครองชีพ
ส่วนแนวทางการทำงานจะจัดให้มีการอบรมผู้ประกอบการให้ปรับตัว สนับสนุนการกระจายสินค้าเพื่อให้ร้านค้าในเครือข่ายได้ซัพพลายสินค้าในราคาถูกและนำไปขายในราคาถูกได้ ปัจจุบันได้หารือกับศูนย์กระจายสินค้าต่างๆ และสยามแม็คโคร ซึ่งมีสาขาถึง 58 แห่งให้ร่วมสนับสนุนแผนงานดังกล่าว
สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก เพราะเป็นช่วงปิดเทอมซึ่งความต้องการสินค้าไม่สูงมาก แต่ในส่วนสินค้าเกษตรอาจมีการเปลี่ยนแปลงราคาตามสภาพอากาศและฤดูกาล โดยเฉพาะมะนาวยืนยันว่ามีปริมาณเพียงพอความต้องการ แต่ราคาอาจปรับตัวขึ้นบ้าง โดยราคามะนาวหน้าสวน ลูกละ 3-4 บาท ราคาในตลาดลูกละ 5-6 บาท หากเป็นมะนาวลูกใหญ่ราคาเฉลี่ยลูกละ 7 บาท เช่นเดียวกับสินค้าเนื้อหมูซึ่งราคาในตลาดส่วนใหญ่อยู่ที่กิโลกรัมละ 119 บาท
"ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้สั่งการให้สุ่มตรวจราคาสินค้าในพื้นที่ต่างๆ และส่งทีมเฉพาะกิจตรวจสอบราคาสินค้าในทางลับตามแหล่งที่ประชาชนใช้บริการมาก เช่น สถานีขนส่ง และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ เพื่อไม่ให้มีการฉวยโอกาสขายสินค้าเกินราคา รวมทั้งประสานร้านอาหารธงฟ้าเพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชน"
ทั้งนี้ กรมฯได้ดำเนินการคัดเลือกตลาดกลางและตลาดสดที่ทำป้ายแสดงราคาสินค้าที่เป็นระเบียบและมีรูปแบบเดียวกัน เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบเทียบราคา และกรมฯจะตรวจสอบการปิดป้ายแสดงราคาในตลาดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการสามารถโทรแจ้งสายด่วน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ








