"กิตติรัตน์"สั่งขสมก.กลับไปแก้ทีโออาร์ซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ไม่ให้ผูกพันเเชื้อเพลิงชนิดเดียว หลังหารือข้อจำกัด-ทางเลือกและเชื้อเพลิงในอนาคต
ร.ท.สุนิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เมื่อเร็วๆนี้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานที่ประชุมได้มอบหมายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)กลับไปแก้ไขรายละเอียดของเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) โครงการจัดซื้อรถโดยสารที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หรือรถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท โดยเฉพาะเรื่องการใช้เชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ จากเดิมที่ระบุในทีโออาร์ว่าการซื้อรถต้องใช้ก๊าซเอ็นจีวีเท่านั้น เป็นสามารถใช้พลังงานทางเลือกอื่นได้ ซึ่งเชื่อว่า ขสมก.จะสรุปเรื่องดังกล่าวให้ที่ประชุมกลั่นกรองฯเห็นชอบในวันที่ 30 มี.ค.นี้ เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นจึงเสนอให้ที่ประชุมครม.วันที่ 9 เม.ย.นี้ เพื่อพิจารณา
"รองฯกิตติรัตน์ ได้บอกในที่ประชุมว่า เอกสารทีโออาร์เดิมที่เขียนมาระบุให้ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว จึงเหมือนเป็นการผูกมัดหากในอนาคตก๊าซเอ็นจีวีมีปริมาณไม่เพียงพอ อาจทำให้ขสมก.มีปัญหาได้ในอนาคต และยังห่วงว่า หากใช้แต่ก๊าซเอ็นจีวีอย่างเดียว ก็อาจจะไปกระทบกับผู้ที่ใช้รถยนต์ธรรมดาด้วย ขณะที่อนาคตมีพลังงานทางเลือกอีกหลายอย่างที่น่าจะนำมาใช้กับรถเมล์ได้ และหากใช้พลังงานทางเลือกอื่นจริงจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกพืชพลังงานในประเทศให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย"
นอกจากนี้ที่ประชุมยังพิจารณาด้วยว่าประชาชนยังมีความต้องการที่จะใช้รถเมล์ร้อน โดยมีความต้องการประมาณ 14% ตามรายงานข้อมูลของขสมก. เพราะปัจจุบันมีประชาชนที่มีรายได้น้อย ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขาย ใช้บริการเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เมื่อมีรถเมล์เอ็นจีวีแล้ว อาจคงการให้บริการรถเมล์ร้อนให้เป็นทางเลือกของประชาชนต่อไป
สำหรับแนวทางการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานทางเลือกนั้น ถือเป็นไปตามข้อเสนอของนายกิตติรัตน์ ภายหลังจากร่วมคณะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนประเทศสวีเดนและเบลเยียม และได้ดูงานด้านพลังงานทดแทนของประเทศสวีเดนแล้วเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่โครงการรถเมล์เอ็นจีวี อาจปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ของรถเมล์จากเดิมที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเพียงอย่างเดียว เป็นสามารถใช้แก๊สโซฮอล์อี 85 และน้ำมันอีดี 95 ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงใหม่ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 95% ที่เหลือ 5% เป็นสารปรุงแต่งทดแทนได้ เพราะจะมีประโยชน์มากกว่าการใช้ก๊าซเอ็นจีวี ที่อาจมีปริมาณไม่เพียงพอในอนาคตได้









