"รุธิร์"ระบุเข้าใจผิดที่ว่าสร้างโครงสร้างพื้นฐานแล้วลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้2%เพราะไม่ได้เอาโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาคำนวณด้วย
นายรุธิร์ พนมยงค์ อาจารย์ประจำภาควิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทสโลจิสติกส์ ม.ธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์”กรุงเทพธุรกิจทีวี”เรื่อง โครงสร้างพื้นฐานช่วยต้นทุนโลจิสติกส์ลด 2% ในขณะที่สภากำลังพิจารณาร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท
นายรุธิร์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลบอกว่าจะลดต้นทุนโลจิสติกส์ที่ 2% มีความเข้าใจผิดอะไรกันบ้างอย่างว่าสุดท้ายทำเรื่องโครงสร้างพื้นฐานแล้ว จะมามีส่วนในเรื่องการลดต้น ทุนทางด้านโลจิสติกส์ ถ้าเราเข้าใจว่าในวิธีการประมวลต้นทุนโลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับอะไร ค่าใช้จ่ายในการถือครองสินค้าคงคลัง ค่าใช้จ่ายบริหารคลังสินค้า และค่าใช้จ่ายด้านขนส่ง ถ้าเราดูในเรื่องของตัวพ.ร.บ.ในการเงินกู้เงินที่ทำ มีบางส่วนเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน แต่มีหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายของคนด้วย เคลื่อนย้าย ของคนไม่ได้อยู่ในส่วนของโลจิสติกส์เลย
นายรุธิร์ กล่าวว่า ดูในเรื่องของตัวรายละเอียดตัวพ.ร.บ.ซึ่งก็เห็นอยู่ว่าสิ่งที่เขาดำเนินการอยู่ควรเป็นสิ่งที่ควรทำมานานอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าไม่ได้มาเชื่อมกับตัวต้นทุนโลจิสติกส์ อยู่ดีๆ จะมาบอกลดต้นทุนโลจิสติกส์เป็นคนละ เรื่องกัน ตรรกการคิดลด 2 % โดยวิธีการมีหลายวิธีการด้วยกัน วิธีการหนึ่ง คือการปรับฐาน การขยายตัวจีดีพี อย่าลืมช่วงไหนเศรษฐกิจดี จีดีพีก็จะเติบโตเร็วกว่าค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับทางด้านโลจิสติกส์ คือจะปรับโครงสร้างพื้นฐานหรือไม่ปรับโครงสร้างพื้นฐานก็สามารถลดได้ อาจจะมากกว่า 2 % ด้วยซ้ำ แต่ว่าการที่มีตัวโครงสร้างพื้นฐานใหม่เข้ามาสิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ เรื่องของการอำนวยความสะดวก เราต้องมาตีมูลค่าในส่วนค่าของระยะเวลาที่ เราสามารถประหยัดได้ ถ้าเผื่อสามารถประหยัดได้ในส่วนของระยะเวลา
“เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ต้นทุนโลจิสติกส์ปกติแล้วประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐอยู่ที่ประมาณ 10% ญี่ปุ่น 12% เยอรมนี 13% เพื่อนบ้านเราอย่างเวียดนามอยู่ที่ประมาณ 25 % ประเทศที่พัฒนาแล้ว เราต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าเวลาพูดถึงต้นทุนโลจิสติกส์ของเขาอย่างแรก วิธีการคำนวณไม่ เหมือนกัน เรากำลังเปรียบเทียบตัวเลขกัน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงที่มาของตัวเลขไม่เหมือนกัน เปรียบเทียบกันไม่ได้”นายรุธร์ กล่าว
นายรุธร์ กล่าวอีกว่า โครงการ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ที่บอกว่าจะทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ลดลงน่าจะมีส่วนช่วยในการที่จะทำให้โลจิสติกส์สะดวกขึ้นระยะเวลานั้นลดลงไม่ใช่แค่ในส่วนปรับของต้นทุน เรื่องของโครงการที่เกี่ยวข้องกับด่านศุลกากร มีหลายๆ โครงการที่บอกว่าเป็นเรื่องของการปรับปรุงบานทั่วประเทศไทยอันนี้เป็นเรื่องของการเชื่อมโยงเพื่อจะได้รองรับในส่วนของอาเซียน ณ ตรงจุดนี้ มองว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญโดยพื้นฐานแล้ว ขนส่งทางทะเลบ้านเราก็พอใช้ได้ ขนส่งทางอากาศ ถือว่าพอใช้ได้ รถไฟไม่พูดถึงนะพอเป็นทางบกการมาพัฒนาด่านตรงนี้ถ้าเราใช้หลักของบานแต่มาตรฐานสากลตรงนี้ คือสิ่งที่จะช่วยเหลือประเทศเลย
นายรุธิร์ กล่าวอีกว่า ที่รัฐบาลบอกว่าจะลงทุนระบบรางถึง 70-80 % ตรงนี้ถือว่ามันไม่ได้รับการดูแลมานาน ก็เลยอัดอั้นกันเลยต้องมาวางงบประมาณเป็นปริมาณมากขนาดนี้ คือจำนวน 2 ล้านล้านบาท ดูเหมือนว่ามาก ถ้าเผื่อเราเฉลี่ยกลับมากับระยะเวลาที่ไม่ว่ารัฐบาลไหนไม่ได้ดูแลรถไฟ ก็ยังถือว่าน้อยอยู่
“ไม่เชื่อว่าโครงการ 2 ล้านล้านบาท จะสามารลดต้นทุนโลจิสติกส์ได้นี่คือประเด็นของผม มันไม่ได้เชื่อมโยง ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานเอง ถามว่าต้องมีการดูแลไหม ต้องมีเพียงแต่เป็นโครงการระยะยาว ในอดีตไม่มีใครพยายามมองในโครงการระยะยาว เพียงแต่ว่าเราต้องกู้เงินหรือเปล่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องโครงสร้างพื้นฐานมาเชื่อมกับการลดต้นทุนโลจิสติกส์ต้องระมัดระวัง เพราะในวิธีการคำนวณทางด้านต้นทุนโลจิสติกส์ ไม่ได้เอาโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาคำนวณด้วย”นายรุธิร์ กล่าวย้ำ









